ทองเนื้อเก้า

ทองเนื้อเก้า ละครชีวิตที่ถูกใจคนไทยเป็นอย่างมากเป็นบทประพันธ์ของ โบตั๋น เรื่องราวนั้นเกี่ยวกับชีวิตของสาวขี้เมาอย่างนาง ลำยอง ตัวละครผู้หญิงขี้เมา สำส่อน ขี้เกียจ และ วันเฉลิม ลูกชายของลำยองที่เปรียบเสมือนทองเนื้อแท้ที่ไม่ว่าจะอยู่ในที่แห่งหนใดก็ยังสามารถคงคุณงามความดีได้เสมอ ละครเรื่องนี้ได้มีการสร้างถึงสามครั้งและในแต่ละครั้งก็ถือว่าประสบผลสำเร็จ โดยเรื่องราวของสันต์ จ่าทหารเรือรูปหล่อ ลูกชายของปั้นและสิน สันต์พลาดท่าได้เสียกับลำยอง เมื่อปั้นรู้ข่าวว่าสันต์ลูกชายของตนได้เสียกับลำยองก็แทบเป็นลมจับ เพราะรู้อยู่เต็มอกว่าพื้นสันดานเดิมของบ้านลำยองเป็นเช่นไร ส่วนแลเมื่อรู้ว่าลูกสาวจับสันต์ทำผัวได้ก็ดีใจเพราะฝันว่าตัวเองจะสบายไปด้วย แต่สินและปั้นต้องจำใจรับลำยองเข้าบ้านในฐานะลูกสะใภ้ เมื่อลำยองตั้งท้องก็ไม่เคยช่วยงานใดๆ ลำยองเริ่มติดยาดองจนอดไม่ได้ สันต์ไม่พอใจจึงมีปากเสียงกันลำยองด่าลามปามไปถึงปั้นและสิน สันต์เหลืออดจึงตบหน้าลำยอง ลำยองโกรธมากจึงหอบวันเฉลิมหนีด้วยต่อมาลำยองจึงได้ไปทำงานที่โรงงานด้วยความสวยจึงเป็นที่ถูกใจของกวงเสี่ยเจ้าของโรงงานลำยองจึงมีชีวิตที่สบายขึ้นจนลำยองตั้งท้องแต่ด้วยความที่ลำยองติดเหล้ากวงจึงรับไม่ได้จึงของเลิกก่อนไปจึงของลูกจากลำยองแลกกับเงินก่อนโตหลังจากลำยองจึงมีทั้งบ้านและเงินทองแต่ตัวลำยองกับติดการพนันเพิ่มมาอีกทำให้ได้รู้จักชายหนุ่มในบ่อนการพนันทำให้ได้เสียกันอีกแต่ครั้งนี้ลำยองถึงกับหมดตัวเงินทองที่มีก็หมดไปจนภายหลังลำยองป่วยและตายลงอย่างน่าสงสาร

จำเลยรัก

จำเลยรัก เป็นละครที่รวมทุกเป็นอารมจริงๆบางทีถึงกับมีอารมเสียนางเอกเพราะไม่รู้จะเป็นคนดีอะไรขนาดนั้นเพราะต้องโดยทั้งพระเอกกลั่นแกล้งในช่วงแรกและยังต้องรับมือกับนางร้าย จำเลยรักเป็นบทประพันธ์ของ ชูวงศ์ ฉายะจินดา เป็นนวนิยายในปี พ.ศ. 2503 ตีพิมพ์ในเดลิเมล์วันจันทร์ ระหว่างปีพุทธศักราช 2504 – 2505 เป็นเรื่องราวของความแค้นของ หฤษฎิ์ พี่ชายที่ต้องสูญเสียน้องชายของตนเอง และเขาโกรธแค้นหญิงสาวต้นเหตุ ถึงกับจับตัวมาลงโทษเพื่อให้หายแค้น โดยไม่รู้ว่าจับมาผิดคน ไปจับโศรยา ต้องยอมจำนนให้หฤษฏิ์โขกสับต่างๆนานา และใช้งานเยี่ยงทาส และนายใบ้คู่หู ที่คอยดูไม่ให้โศรยาหนีไป วันหนึ่งหฤษฏิ์ต้องออกไปทำงาน ทำให้หฤษฏิ์ได้รู้จัก ศันสนีย์ ผู้ที่ทำร้ายน้องชายของเขานั่นเอง จากที่ศันสนีย์ยื่นบัตรประจำตัวประชาชนให้ดู จึงรู้ว่าตนเองจับตัวคนมาผิด ฝ่ายศันสนีย์ที่มีธวัชชัยเป็นแฟนอยู่แล้วก็เริ่มห่างเหินกับธวัชชัย เพราะ ชอบหฤษฏิ์ หฤษฏิ์กับเกาะไปก็ปลดปล่อยโศรยาและให้สร้อยไข่มุกแก่โศรยา ศันสนีย์เห็นก็ขอยืม โศรยาก็ให้ยืมโศรยาเสียใจที่ไม่มีสร้อยไข่มุกที่หฤษฎิ์ให้ตนแล้ว ด้านหฤษฎิ์ได้สร้อยไข่มุก หฤษฎิ์ก็นำไปให้โศรยา หฤษฏิ์แกล้งตีสนิทกับศันสนีย์จนศันสนีย์หวั่นไหว โศรยาเตือนให้ศันสนีย์อยู่ห่างหฤษฏิ์ ศันสนีย์ก็ว่าโศรยาว่าโศรยาชอบหฤษฏิ์ โศรยาปฏิเสธ วันหนึ่งหฤษฏิ์มาสู่ขอโศรยากับศุกฤกษ์ พ่อของศันสนีย์กับสายสมร แม่ของศันสนีย์ ด้านศันสนีย์นึกว่าหฤษฏิ์มาสู่ขอตน ก็โทรไปเยาะเย้ยโศรยา แต่พอรู้ว่าไปสู่ขอโศรยา ศันสนีย์ก็โกรธมาก เลยไปฆ่าโศรยาโดยผลักโศรยาตกน้ำแต่หฤษฏิ์มาช่วยไว้ทัน ความจริงเลยปรากฏว่า คนที่ไปช่วยโศรยาตอนตกน้ำในวัยเด็ก คือ นุกุลไม่ใช่ศันสนีย์ บทประพันธ์นี้มีการนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ อีกหลายต่อหลายครั้ง

เพชรตัดเพชร

เพชรตัดเพชร เป็นละครแอคชั่นสุดมัน ที่ต้นฉบับจากภาพยนตร์จนภายหลังได้นำมาทำเป็นละครโทรทัศน์ด้วยความนิยมมากจึงได้มีการสร้างถึงสองครั้งโดยครั้งแรกในปี พ.ศ. 2544 ที่นำแสดงโดย เจตริน วรรธนะสิน , อัมรินทร์ นิติพน , พัชราภา ไชยเชื้อ , กัลยกร นาคสมภพ และในปี พ.ศ. 2559 นำแสดงโดย ศุกลวัฒน์ คณารศ , มิกค์ ทองระย้า , อุษามณี ไวทยานนท์ , ขอขวัญ เรสตอล โดยเรื่องราว ชาติ ชายผู้สุขุมมุ่งมั่นรักความยุติธรรม ต้องกลายเป็นคู่ปรับรับมือกับการตามล่าของ ยอด ชายผู้เต็มไปด้วยไฟแห่งความทะเยอทะยาน หลังจากที่ทั้งคู่ต้องกลายเป็นคนที่ตายแล้ว และถูกนำตัวมาฝึกเป็น อีกายมทูต สุดยอดมือสังหารขององค์กรก่อการร้าย อีกาพญายม ซึ่งมี มาตามหลุยส์ เป็นผู้นำองค์กรเพื่อเป้าหมายเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้มีอำนาจสูงสุดในเอเชีย แต่ชาติไม่เห็นด้วยกับแผนการผลิตยาเสพติดโคคิโน่เพื่อทำลายประเทศแล้วสร้างไทยขึ้นมาใหม่ตามโรคแมพของมาดามหลุยส์ที่ร่วมกับ ไตร มือขวาคนสำคัญ กำหนดการออกอากาศวันที่ 7 ตุลาคม 2559 – 9 ตุลาคม 2559ซึ่งได้เลื่อนมาจาก กำหนดการออกอากาศเดิมของละคร ตั้งแต่ 14 ตุลาคม เป็นต้นไป งดออกอากาศ เนื่องจากมีประกาศจากสำนักพระราชวัง เรื่องพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสวรรคต นับตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม – 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559 งดออกอากาศ เพื่อเป็นการไว้อาลัยให้กับการเสด็จสู่สวรรคาลัยของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ละครเพชรตัดเพชรจะเริ่มกลับมาออนแอร์ตามปกติ เริ่มวันอาทิตย์ที่ 11 ธันวาคม 2559 – 8 มกราคม 2560 เวลา 20.25 น.

อตีตา

อตีตา เรื่องราวการเดินทางต่างภพระหว่างอดีตและปัจจุบันโดยอ้างอิงประวัติศาสตร์ยุคเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง อตีตา เป็นบทประพันธ์ของ ทมยันตี  เรื่องราวจะกล่าวถึงศึกบ้านบางระจัน  อตีตา เป็นละคร แห่งความรัก โรแมนติก ซาบซึ้ง ครบรส เต็มอิ่ม โดยมีเหตุการณ์ปัจจุบันเป็นจุดเริ่มต้น และเดินเรื่องด้วยเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่ยังคงอยู่ในหัวใจไทยทุกดวง  อตีตา จะพาผู้ชมก้าวผ่านกาลเวลาสู่อดีตกาล เพื่อให้เราทุกคนได้เรียนรู้อดีต เข้าถึงจิตวิญญาณแห่งความเป็นไทย เข้าใจถึงความรักที่แท้จริง และเรียนรู้ถึงการเสียสละเพื่อส่วนรวม และให้เราทุกคนได้ย้อนกลับมามองตนเองในปัจจุบัน และหาคาตอบว่า เราจะรักษาสิ่งที่เรามีอยู่ในวันนี้ได้อย่างไร แล้วเมื่อนั้นเราจะรู้ได้ว่าว่า อนาคตของเราจะเป็นเช่นไร  ละครเรื่อง อตีตา นำเสนอผ่านตัวละคร เมืองใจ นักรบหัวใจแกร่งแห่งค่ายบางระจัน และ ศิโรตม์  นักธุรกิจหนุ่มแห่งโลกปัจจุบัน ที่ชะตากรรมได้พาให้มิติของเวลาที่ห่างกันกว่าสองร้อยปีกลับมาบรรจบกัน ทำให้ชายทั้งสองได้มาพบกัน เรียนรู้ชีวิตซึ่งกันและกัน และกลายเป็นเพื่อนร่วมสาบาน แม้ท้ายที่สุด ศิโรตม์จะไม่อาจเปลี่ยนอดีตได้ ไม่สามารถยื้อชีวิตใครได้ แต่ความเสียสละของเมืองใจ และชาวบางระจัน ก็ทำให้ศิโรตม์ได้รู้ว่าเขาจะรักษาสิ่งมีค่าที่บรรพบุรุษมอบไว้ให้ด้วยเลือดเนื้อและชีวิตอย่างไร  และเขาจะดำเนินชีวิตต่อไปเช่นไร  อตีตา กำกับการแสดงโดย สถาพร นาควิไลโรจน์ ผู้กำกับมากฝีมือ ผู้มีรางวัลเป็นหลักประกันคุณภาพ และเขียนบทโทรทัศน์โดย อัณณ์

มณีสวาท

มณีวาท เป็นเรื่องราวความรักของพญานาคและต้นเหตุของการต่อสู้ระหว่างพญานาคกับพญาครุฑที่ได้แทรกเรื่องกฎแห่งกรรมเข้าไปในเนื้อเรื่องด้วยถือเป็นหนังอีกหหนึ่งเรื่องที่สนุกมากเพราะมีทั้งดาราคุณภาพหลายท่านทีมาเล่นเรื่องนี้และตัวละครที่เป็นจุดกำเนิดเรื่องราวในครั้งนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคู่พระนางที่หรับบทโดย วิทยา วสุไกรไพศาล รับบทเป็น ม.ร.ว.ภุชคินทร์ นาเคนทร์ เชื้อพระวงศ์หนุ่มนักเรียนนอก รูปงามฐานะร่ำรวย หัวสมัยใหม่ อ่อนโยนจิตใจดีมีเมตตาอดีตชาติที่ชาติที่ผ่านมาเคยเป็นพญานาคชื่อภุชเคนทร์ และ ศรีริต้า เจนเซ่นรับบทเป็น เจ้าอุรคา ณ ภูจำปา  เจ้าหญิงผู้ลึกลับผู้สูงศักดิ์ สวยสง่า มีความงามเป็นเลิศ จิตใจเด็ดเดี่ยวเต็มไปด้วยรอยแค้นแรงรัก เจ้าอุรคาอีกร่างหนึ่งนางพญานาคีที่กลับมาทวงความแค้นคนที่พรากความรักของนางไป และตัวร้ายในเรื่อง ชาตโยดม หิรัณยัษฐิติ ที่รับบทเป็น รมต.สุบรรณ ครุฑไพทูรย์ นักการเมืองเจ้าเสน่ห์ที่มาจากนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จทั้งถูกและผิดกฎหมายหน้าตาและบุคลิกดีแม้จะอายุก้าวเข้าวัยกลางคนเป็นคนเจ้าชู้เป็นคนเลือดเย็น นิ่งสงบได้แม้อยู่ในเหตุการณ์วิกฤตถึงชีวิต อดีตชาติเคยเป็นพญาครุตท  เปิดเรื่องด้วยพระเอกนางเอกสองต่างก็เป็นพญานาคที่อาศัยอยู่ในแม่น้ำโขงและได้มีศัตรูคู่อาฆาตอย่างพญาครุฑได้เข้ามาจับตัวนาคสาวอุรคา นาคภุชเคนทร์ได้เข้ามาช่วยจนเกิดเป็นการต่อสู้ระหว่างนาคและครุฑสุดท้ายพญานาคภุชเคนทร์ต้องแพ้และถูกฆ่าตายด้วยความเจ็บใจจึงสาบานว่าจะไม่เกิดเป็นพญานาคอีก และภาพก็ได้ตัดมาถึงชาติปัจจุบันที่ภุชเคนทร์ได้เกิดเป็นมนุษย์เมื่อนางนาคีอุรคาคู่รักในชาติที่แล้วรู้เรื่องก็ได้ขึ้นบนโลกมนษย์เพื่อตามหาคนรัก สุบรรณศัตรูคู่กรรมก็เช่นกัน บทสรุปครั้งนี้จะเป็นอย่างไร บชมได้ใน มณีสวาท

รากนครา ละครล้านนาที่สวยงาม

รากนครา เป็นละครโทรทัศน์ที่เคยสร้างความประทับใจผู้ชมแล้วในปี พ.ศ. 2543 เป็นละครพีเรียด อิงประวัติศาสตร์บ้านเมืองในสมัยอาณาจักรล้านนาโดยบอกเล่าผ่านเมืองสมมุติทางภาคเหนือของไทย สร้างจากนิยายของนักเขียนชั้นครู ปิยะพร ศักดิ์เกษม โดยมีการซื้อลิขสิทธิ์มาสร้างเป็นละครโทรทัศน์ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2543 ออกอากาศทางช่อง 7 ในตอนนั้นได้นักแสดงมากฝีมืออย่าง อั้ม พัชราภา และ นุ่น วรนุช มาประชันบทบาทดราม่าใส่กันไม่ยั้ง นอกจากนี้ยังมีนักแสดงคุณภาพอีกมากมาย เรียกว่าเวอร์ชั่นก่อนเป็นละครที่ผู้ชมติดกันทั่วบ้านทั่วเมืองกันเลยทีเดียว ต่อมาในปี พ.ศ. 2560 รากนคร มีโอกาสกลับมาสร้างความประทับใจให้แก่ผู้ชมอีกครั้งโดยอากาศทางช่อง 3 ครั้งนี้นำแสดงโดย แต้ว ณัฐพร และ มิว นิษฐา ซึ่งในเวอร์ชั่นนี้ทางผู้จัดได้เพิ่มรายละเอียดให้นักแสดงพูดภาษาเหนือให้เข้ากับเนื้อเรื่องมากขึ้นด้วย

รากนครา เรื่องราวความขัดแย้งของเจ้าเมืองเหนือที่กำลังอุบัติขึ้น เจ้าแม้นเมือง เจ้าหญิงจากเมืองเชียงเงินที่ตอนนี้พบรักกับ เจ้าศุขวงศ์ แห่งเมืองเชียงพระคำ ซึ่งทั้งสองเมืองนั้นต่างไม่ค่อยลงรอยกัน ขณะที่เจ้ามิ่งหล้า น้องสาวของเจ้าแม้นเมือง ต้องถูกส่งไปเมืองมัณฑ์เยี่ยงเฉลย โดยเจ้ามิ่งหล้านั้นมีนิสัยเอาแต่ใจและริษยาพี่สาวตนเอง จนกระทั่งเมื่อได้โอกาสพยายามทำให้ เจ้าศุขวงศ์ และ เจ้าแม้นเมือง เข้าใจผิด จนทำให้ความขัดแย้งของสองหัวเมืองยิ่งเลวร้ายลง ขณะที่ เจ้าหน่อเมือง พี่ชายของ เจ้าแม้นเมือง โกรธแค้นและหาทางฆ่าเจ้าศุขวงศ์ เพื่อไม่ให้เหตุการณ์เลวร้ายลง เจ้าแม้นเมือง จึงตัดสินใจบางอย่างเพื่อรักษาแผ่นดินและบ้านเมืองให้สงบสุข

คู่กรรม

เป็นนวนิยายคลาสสิคที่หลายคนต้องเคยอ่านกันมาแล้ว นวนิยายเรื่องนี้โด่งดังจนต้องมีละครที่มีหลากหลายเวอร์ชั่นพร้อมด้วยนักแสดงที่มากมายและมีคุณภาพ และยังนำไปสร้างภาพยนตร์อีกด้วยที่พร้อมด้วยนักแสดงชั้นนำคับคั้งที่มีฝีมือทางการแสดงที่ทำให้เราต้องยกนิ้วให้กับการแสดงที่ยอดเยี่ยม โดยเริ่มจากละครในปี 2513 ที่สร้างละครเรื่องนี้ออกมาโดย เทิ่ง สติเฟื่อง ในนามคณะที่ชื่อว่า คณะศรีไทยการละคร และออกอากาศทางช่องโทรทัศน์ช่อง 4 บางขุนพรหม อีกสองปีต่อมาทางช่อง 4 บางขุนพรหมนำละครเรื่องคู่กรรมมาออกอากาศอีกครั้งหนึ่ง ต่อมาในปี 2516 ก็นำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ สร้างโดย จิรบันเทิงฟิล์ม ในปี 2521 ละครเรื่องนี้กลับมาอีกครั้งในรอบ 5 ปี โดยได้ อาหนิง นิรุตต์ ศิริจรรยา มารับบทเป็นโกโบริ พร้อมด้วย ศันสนีย์ วัฒนานุกูล มารับเป็น อังศุมาลิน คู่กรรมก็ยังกลับมาทำในรูปแบบภาพยนตร์อีกครั้งในปี 2531 โดยได้นักแสดง พี่โอ วรุฒ วรธรรม และ พี่แหม่ม จินตหรา สุขพัฒน์ มาเป็นคู่พระนางในเรื่องนี้ที่ทำให้คนในยุคนั้นประทับใจในงานของพี่ทั้งสองคนที่ทำการแสดงภาพยนตร์ในเรื่องนี้ ปี 2533 เป็นปีที่ต้องบอกเลยว่าโด่งดังมากสำหรับพี่เบิร์ด ธงไชย ที่มารับเป็น โกโบริ และพร้อมด้วย พี่กวาง กมลชนก โกมลฐิติ ที่ถ่ายทอดให้เราได้จินตนาการของตัวละครนั้นได้ดีเลยทีเดียว ในปี 2538 เบิร์ด ธงไชย ก็ยังมาเล่นภาพยนตร์เรื่องนี้อีกด้วย ในปี 2547 เป็นคิวของ พี่หนุ่ม ศรรามและพี่เบ็นซ์ พรชิตา ที่รับบทเป็นคู่พระนาง โกโบริและอังศุมาลิน นวนิยายเรื่องนี้หายไปจากไปจอทีวีและจอภาพยนตร์ หลายปีเลย มาอีกครั้ง ในปี 2556 กลับมาพร้อมกับละครและภาพยนตร์อีกครั้ง โดยทางด้านละครที่สร้างและนำมาออกอากาศทางช่อง 5 โดยได้ บี้ สุกฤษฎิ์ มารับบทเป็น โกโบริ และ นางเอกสาวสวยเสียงดี อย่าง หนูนา หนึ่งธิดา มารับบทเป็น อังศุมาลิน ส่วนทางด้านภาพยนตร์ ที่พระเอกสุดฮอตอย่าง ณเดชน์ คูกิมิยะ และ ริชชี่ อรเณศ ดีคาบาเลส มาเล่นคู่กรรมในเวอร์ชั่นภาพยนตร์ในปี 2556

ICU พยาบาลพิเศษ เคสพิศวง

เป็นละครชุดที่ต้องบอกเลยว่ามีความสนุกชวนลุ้นและน่าตื่นเต้นในการชมอยู่ตลอดเวลา เป็นละครแนวตลกสยองขวัญที่ทำให้หลายคนต้องประทับใจกับเนื้อเรื่องที่ดูแล้วเข้าใจง่ายไม่สับสนอย่างดีเลยทีเดียว และยังประทับใจในตัวของนักแสดงอีกด้วยละครชุดนี้ชื่อว่า ICU พยาบาลพิเศษ เคสพิศวง ที่ใช้ดารานักแสดงหน้าใหม่เกือบทั้งหมดเป็นตัวหลักของเรื่องนี้  ไม่ว่าจะเป็น พระเอกอย่างเป้ อารักษ์ หรือ เป้ วงสเลอ นอกจากการเป็นนักร้องนักดนตรีแล้วการเป็นนักแสดงของเขาก็ถือว่าดีเยี่ยมโดยรับบทเป็นหมอเอ็ม พร้อมกับนางเอกหน้าใหม่อย่าง แพท ชญานิษฐ์  รับบทเป็น ไพริน พยาบาลสาวสวยที่เธอสามารถติดต่อวิญญาณได้ เธอมาสวมบทบาทแทน เก้า สุภัสสรา ที่ขอถอนตัวออกไปเพราะเนื่องจากติดเรื่องของการเรียน และเธอก็ทำให้เหล่าพีเพิลอึ้งในความสามารถทางการแสดง และยังได้ดารานักแสดงซี่รีย์ดัง ฮอร์โมน อย่าง ต่อ ธนภพ ที่รับบทเป็นหมอเม่น และอีกหนึ่งคนที่พูดไม่ได้เลยเธอเป็นเน็ตไอดอลที่ทุกคนรู้จักเป็นอย่างดี อย่าง มายด์ ลภัสลัล จิรเวชสุนทรกุล ที่รับเป็น นิว พยาบาลที่มาทำงานในโรงพยาบาลมาก่อนหน้า ไพริน  นักแสดงอีกหนึ่งคนอย่าง เบลล์ เขมิศรา พลเดช ที่รับบทเป็น ชบา พร้อมด้วยนักแสดงสมทบที่มากด้วยผีมืออย่าง สุเมธ องอาจ  รับบทเป็น หมอมานพ ปวีณ์นุช แพ่งนคร ที่รับบทเป็น จอยซ์  นอกจากนี้ยังมีนักแสดงที่มาร่วมรับเชิญอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ดีเจเผือก พงศธร โอปอ ปาณิสรา เจี๊ยบ เชิญยิ้ม  วิชุดา พินดั้ม และรัดเกล้า อามระดิษ เป็นหนึ่งละครชุดที่ดูแล้วไม่มีเบื่ออย่างแน่นอน

ผู้กองยอดรัก ยอดรักผู้กอง

ผู้กองยอดรัก ยอดรักผู้กอง และ ผู้กองอยู่ไหน เป็นหนังสือนวนิยายไตรภาคของ กาญจนา นาคนันทน์ เป็นเรื่องราวของความรักของพลทหารกับผู้กองสาวเจ้าเสน่ห์ที่แฝงไว้ด้วยความสนุกสนาน ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์และละครโทรทัศน์มาแล้วหลายครั้ง ถูกนำมาสร้างทำเป็นภาพยนตร์ 2 ครั้ง พ.ศ. 2516, พ.ศ. 2524 และละครโทรทัศน์ถึง 7 ครั้ง พ.ศ. 2515, พ.ศ. 2522, พ.ศ. 2531, พ.ศ. 2538, พ.ศ. 2545, พ.ศ. 2550, พ.ศ. 2558 โดยแต่ละครั้งจะมีชื่อเรื่องต่างกัน เช่น ผู้กองยอดรัก, ยอดรักผู้กอง, ผู้กองยอดรัก – ยอดรักผู้กอง และ ผู้กองอยู่ไหน

ผู้กองยอดรัก เป็นภาคแรก ที่จบถึงพลทหารพันได้หมั้นกับผู้กองสาวฉวีผ่อง

ยอดรักผู้กอง เป็นภาคสอง ที่พลทหารพันไปสงครามเวียดนาม และกลับมาแต่งงานกับผู้กองสาวฉวีผ่อง

ผู้กองอยู่ไหน เป็นภาคสาม ชีวิตหลังแต่งงานของทั้งสอง

บทประพันธ์นี้ถูกนำมาสร้างทำเป็นภาพยนตร์ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2516 ในชื่อว่า ผู้กองยอดรัก สร้างโดย ปัฐวิกรณ์แผนกภาพยนตร์ โดย จินตนา ไชยกูล เป็นผู้อำนวยการสร้าง กำกับการแสดงโดย เนรมิต นำแสดงโดย สมบัติ เมทะนี, สุภัค ลิขิตกุล, รอง เค้ามูลคดี, มีศักดิ์ นาครัตน์, นภาพร หงสกุล, สุรสิทธิ์ สัตยวงษ์, สุมาลี ทองหล่อ ฉายครั้งแรกวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2516 ที่โรงภาพยนตร์โคลีเซี่ยมและนำกลับมาสร้างใหม่เป็นครั้งที่สอง ในปี พ.ศ. 2524 ในชื่อว่า ยอดรักผู้กอง สร้างโดย พูนทรัพย์โปรดักชั่น กำกับโดย สมเดช สันติประชา นำแสดงโดย จตุพล ภูอภิรมย์, เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์, ล้อต๊อก, พิศมัย วิไลศักดิ์, เพ็ญพักตร์ ศิริกุล, เศรษฐา ศิระฉายา ฉายครั้งแรกวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2524

 

 

นางทาส

ถ้าถึงละครที่ได้รับความนิยมในอดีตที่นิยมจนผู้กำกับมือทองหลายคนต้องนำมาปัดฝุ่นสร้างใหม่เพื่อดึงคนดูกลับมาเปิดช่องของตัวเองการรีมิกช์ใหม่แบบนี้จะพบมากในช่องเจ็ดเพราะแต่ก่อนต้องบอกว่าช่องเจ็ดนั้นดังมากๆ และเรื่องที่นำมาทำใหม่หนึ่งในนั้นต้องมีเรื่องนางทาสอยู่ด้วยเพราะละครโทรทัศน์เรื่องนี้บอกเลยว่ากินอารมณ์มากนำมาทำใหม่กี่ครั้งก็ดังนางทาส หรือ นางทาษ เป็นเรื่องสั้นขนาดยาวของ วรรณสิริ ผู้ประพันธ์เรื่อง วนิดา และนางครวญ ตีพิมพ์ครั้งแรกอยู่ใน รวมเรื่องสั้นชุด สร้อยนพเก้า ของวรรณสิริ และได้รับความนิยม ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์และละครโทรทัศน์หลายครั้ง พร้อมกับมีการแต่งเติมเรื่องราวเพิ่มเติม ในการพิมพ์ครั้งต่อมา ได้เปลี่ยนชื่อหนังสือเป็น รวมเรื่องสั้นชุด นางทาสภาพยนตร์ นางทาษ ฉบับ พ.ศ. 2498 ของละโว้ภาพยนตร์ กำกับโดยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ เป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรก ที่ส่งเข้าประกวดในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเบอร์ลิน เมื่อ พ.ศ. 2504 ก่อนหน้าภาพยนตร์เรื่อง แพรดำ ของรัตน์ เปสตันยี ในปี พ.ศ. 2505 โดยในเรื่องนี้ วิไลวรรณ วัฒนพานิช ได้เข้าชิงรางวัลหมีเงิน ในฐานะนักแสดงนำยอดเยี่ยมฝ่ายหญิงด้วย แต่ไม่ได้รับรางวัล โดยเนื้อเรื่องจะเล่าถึงชีวิตของทาสที่ชื่อเย็น ถูกพ่อยิ่งกับแม่ล้วนนำมาขายเป็นทาสบ้านพระยาสีหโยธิน ตั้งแต่อายุ 15 ปี ตกอยู่ในความปกครองของทาสหญิงชราชื่อ นางฟัก ดูแลฝึกหัดให้สันทัดงานผู้ลากมากดี ภายหลังคุณหญิงแย้ม ภรรยาเอกของท่านเจ้าคุณ ก็เรียกให้ไปรับใช้บนเรือน เพราะเย็นผิวพรรณหมดจดหน้าตาสะสวย จนกลายเป็นเมียของจ้าคุณ แล้วถูกหาว่าเป็นชู้จึงทำให้เกิดเรื่องมากมาย