ผู้กองยอดรัก ยอดรักผู้กอง

ผู้กองยอดรัก ยอดรักผู้กอง และ ผู้กองอยู่ไหน เป็นหนังสือนวนิยายไตรภาคของ กาญจนา นาคนันทน์ เป็นเรื่องราวของความรักของพลทหารกับผู้กองสาวเจ้าเสน่ห์ที่แฝงไว้ด้วยความสนุกสนาน ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์และละครโทรทัศน์มาแล้วหลายครั้ง ถูกนำมาสร้างทำเป็นภาพยนตร์ 2 ครั้ง พ.ศ. 2516, พ.ศ. 2524 และละครโทรทัศน์ถึง 7 ครั้ง พ.ศ. 2515, พ.ศ. 2522, พ.ศ. 2531, พ.ศ. 2538, พ.ศ. 2545, พ.ศ. 2550, พ.ศ. 2558 โดยแต่ละครั้งจะมีชื่อเรื่องต่างกัน เช่น ผู้กองยอดรัก, ยอดรักผู้กอง, ผู้กองยอดรัก – ยอดรักผู้กอง และ ผู้กองอยู่ไหน

ผู้กองยอดรัก เป็นภาคแรก ที่จบถึงพลทหารพันได้หมั้นกับผู้กองสาวฉวีผ่อง

ยอดรักผู้กอง เป็นภาคสอง ที่พลทหารพันไปสงครามเวียดนาม และกลับมาแต่งงานกับผู้กองสาวฉวีผ่อง

ผู้กองอยู่ไหน เป็นภาคสาม ชีวิตหลังแต่งงานของทั้งสอง

บทประพันธ์นี้ถูกนำมาสร้างทำเป็นภาพยนตร์ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2516 ในชื่อว่า ผู้กองยอดรัก สร้างโดย ปัฐวิกรณ์แผนกภาพยนตร์ โดย จินตนา ไชยกูล เป็นผู้อำนวยการสร้าง กำกับการแสดงโดย เนรมิต นำแสดงโดย สมบัติ เมทะนี, สุภัค ลิขิตกุล, รอง เค้ามูลคดี, มีศักดิ์ นาครัตน์, นภาพร หงสกุล, สุรสิทธิ์ สัตยวงษ์, สุมาลี ทองหล่อ ฉายครั้งแรกวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2516 ที่โรงภาพยนตร์โคลีเซี่ยมและนำกลับมาสร้างใหม่เป็นครั้งที่สอง ในปี พ.ศ. 2524 ในชื่อว่า ยอดรักผู้กอง สร้างโดย พูนทรัพย์โปรดักชั่น กำกับโดย สมเดช สันติประชา นำแสดงโดย จตุพล ภูอภิรมย์, เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์, ล้อต๊อก, พิศมัย วิไลศักดิ์, เพ็ญพักตร์ ศิริกุล, เศรษฐา ศิระฉายา ฉายครั้งแรกวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2524

 

 

นางทาส

ถ้าถึงละครที่ได้รับความนิยมในอดีตที่นิยมจนผู้กำกับมือทองหลายคนต้องนำมาปัดฝุ่นสร้างใหม่เพื่อดึงคนดูกลับมาเปิดช่องของตัวเองการรีมิกช์ใหม่แบบนี้จะพบมากในช่องเจ็ดเพราะแต่ก่อนต้องบอกว่าช่องเจ็ดนั้นดังมากๆ และเรื่องที่นำมาทำใหม่หนึ่งในนั้นต้องมีเรื่องนางทาสอยู่ด้วยเพราะละครโทรทัศน์เรื่องนี้บอกเลยว่ากินอารมณ์มากนำมาทำใหม่กี่ครั้งก็ดังนางทาส หรือ นางทาษ เป็นเรื่องสั้นขนาดยาวของ วรรณสิริ ผู้ประพันธ์เรื่อง วนิดา และนางครวญ ตีพิมพ์ครั้งแรกอยู่ใน รวมเรื่องสั้นชุด สร้อยนพเก้า ของวรรณสิริ และได้รับความนิยม ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์และละครโทรทัศน์หลายครั้ง พร้อมกับมีการแต่งเติมเรื่องราวเพิ่มเติม ในการพิมพ์ครั้งต่อมา ได้เปลี่ยนชื่อหนังสือเป็น รวมเรื่องสั้นชุด นางทาสภาพยนตร์ นางทาษ ฉบับ พ.ศ. 2498 ของละโว้ภาพยนตร์ กำกับโดยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ เป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรก ที่ส่งเข้าประกวดในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเบอร์ลิน เมื่อ พ.ศ. 2504 ก่อนหน้าภาพยนตร์เรื่อง แพรดำ ของรัตน์ เปสตันยี ในปี พ.ศ. 2505 โดยในเรื่องนี้ วิไลวรรณ วัฒนพานิช ได้เข้าชิงรางวัลหมีเงิน ในฐานะนักแสดงนำยอดเยี่ยมฝ่ายหญิงด้วย แต่ไม่ได้รับรางวัล โดยเนื้อเรื่องจะเล่าถึงชีวิตของทาสที่ชื่อเย็น ถูกพ่อยิ่งกับแม่ล้วนนำมาขายเป็นทาสบ้านพระยาสีหโยธิน ตั้งแต่อายุ 15 ปี ตกอยู่ในความปกครองของทาสหญิงชราชื่อ นางฟัก ดูแลฝึกหัดให้สันทัดงานผู้ลากมากดี ภายหลังคุณหญิงแย้ม ภรรยาเอกของท่านเจ้าคุณ ก็เรียกให้ไปรับใช้บนเรือน เพราะเย็นผิวพรรณหมดจดหน้าตาสะสวย จนกลายเป็นเมียของจ้าคุณ แล้วถูกหาว่าเป็นชู้จึงทำให้เกิดเรื่องมากมาย

สุภาพบุรุษลูกผู้ชาย ละครไทย 7 สี

คนไทยส่วนมากจะถือเอาการดุละครคือการพักผ่อนถ้าพูดถือละครในประเทศไทยถือว่ามีมากมายหลายเรื่องให้ดูในแต่ละวันเพื่อเนื่องจากบ้านเรามีสถานีโทรทัศน์อยู่หลายช่องที่เห็นหลักก็มีช่อง3 และช่อง 7 ที่มีจำนวนดารามากเป็นพิเศษจึงเห็นว่ามีผมงานอออกมามากมายและก็มีการแข่งขันกันในบ้างครั้งเพราะมักจะบ่อยละครมาในช่วงเวลาเดียวกัน ทีนี้ก็ขึ้นอยู่ที่ว่าละครเรื่องไหนจะมันกว่าพระเอกนางเอกคู่ไหนจะหล่อและสวยกว่า สุภาพบุรุษลูกผู้ชาย เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สามารถดึงยอดคนดูมาได้ซึ่งเป็นละครโทรทัศน์ไทยจากบทประพันธ์ของศรัณยู วงษ์กระจ่าง สร้างครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2546 เขียนบทโทรทัศน์โดย เมจิก อีฟ กำกับการแสดงโดยศรัณยู วงษ์กระจ่าง นำแสดงโดย ตะวัน จารุจินดา, วรนุช วงษ์สวรรค์, ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์, มาติกา อรรถกรศิริโพธิ์ และนำกลับมาสร้างใหม่อีกครั้งเมื่อปี พ.ศ. 2556 ผลิตโดย บริษัท สามัญการละคร จำกัด ของศรัณยู วงษ์กระจ่าง เขียนบทโทรทัศน์และกำกับการแสดงโดยศรัณยู วงษ์กระจ่าง นำแสดงโดยศรัณย์ ศิริลักษณ์, ธัญญะสุภางค์ จิรปรีชานนท์, ปิยพันธ์ ขำกฤษ, ณัฐชา นวลแจ่ม, ศุภมร โคร์นิน โดยมีเนื้อเรื่องราวของ หรั่ง เด็กหนุ่มลูกกำพร้า สิ่งเดียวที่ติดตัวเขามาก็คือ ร็อกเก็ตรูปไวโอลิน ที่เขาเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี มันเป็นเพียงสมบัติชิ้นเดียวที่เขามี หรั่งรับจ้างทำงานสารพัดเพื่อส่งเสียตัวเองเรียนและเพื่อหาเงิน มาเป็นค่าผ่าตัดตาให้ ก้อย หญิงสาวตาบอดที่หรั่งรับมาดูแลอย่างน้องสาว ถึงชีวิตจะไม่ร่ำรวยแต่หรั่งก็มีความสุขที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านหลังเล็ก ๆและสู้ชีวิตด้วยแรงของสองมือที่เขามี

ละครพื้นบ้าน ช่องเจ็ด

ละครไทยจักรๆวงศ์ๆเป็นชื่อเรียกละครไทยที่ยังคงเอกลักษณ์ของไทยไว้เป็นเนื้อเรื่องส่วนมากนำมาจาก นิทานอิสป นิทานชาดก และ นิทานพื้นบ้านเริ่มนำมาออกอากาศทางโทรทัศน์ตั้งแต่สมัยที่โทรทัศน์ยังมีสองสีคือสีขาวและสีดำจุดเด่นของละครพื้นบ้านน่าจะเป็นจุดเด่นของตัวพระและตัวนางแต่สำหรับเด็กๆผมคิดว่าน่าจะเป็นจินตนาการที่แน่นอนว่าละครแนวนี้จะต้องเกี่ยวข้องกับเทวดาและก็มารจึงต้องมีพลังพิเศษเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยบอกเลยว่าแต่ก่อนผมชอบมากตั้งตารอให้ถึงวันหยุด เสาร์อาทิตย์เร็วๆเพื่อที่จะได้ดู  ละครจักรๆวงศ์ๆเกือบทั้งหมดมาจากนิทานพื้นบ้าน เล่ากันแบบปากต่อปากหรือมุขปาฐะ จะแตกต่างกันในรายละเอียดที่คนเล่าสอดแทรกสิ่งที่ตัวเองรู้ในแต่ละท้องถิ่น มักมีโครงเรื่องคล้าย ๆ กัน เช่น เจ้าชาย พลัดพรากจากบ้านเมือง ต้องออกเดินทางผจญภัย พบนางเอก และต่อสู่กับตัวร้ายซึ่งส่วนมากก็คือยักษ์ หรืออาจมีเนื้อหาประมาณ พระเอกถูกใส่ร้ายเป็นตัวกาลีบ้านกาลีเมือง จำเป็นต้องถูกเนรเทศเข้าป่า ได้ไปเรียนวิชากับพระอาจารย์หรือฤๅษี เจอกับนางเอก กลับมากอบกู้บ้านเมืองกล่าวคือมีเนื้อหา เรียนวิชา-ฆ่ายักษ์-ลักนาง เป็นส่วนใหญ่ในสมัยก่อนจะทำเป็นภาพยนตร์ เรียกว่า หนังจักร ๆ วงศ์ ๆ ใช้ฟิล์ม 16 มม. แต่ต่อมาเปลี่ยนมาเป็นการอัดวิดีโอ และเปลี่ยนมาเป็นละครจักร ๆ วงศ์ ๆ ทางโทรทัศน์ แล้วจึงมาเป็นละครพื้นบ้าน ซึ่งเป็นละครลักษณะเดียวกัน ละครจักร ๆ วงศ์ ๆ ที่มีชื่อเสียงเช่น สิงหไกรภพ, สังข์ทอง, จันทโครพ, แก้วหน้าม้า, ขวานฟ้าหน้าดำ, หลวิชัย-คาวี, สี่ยอดกุมาร, สุพรรณหงส์ เป็นต้น

ภาพยนตร์ไทย

  ภาพยนตร์ไทย มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานมาก ซึ่งภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกที่ได้มีการถ่ายทำนั้น ก็คือ นางสาวสุวรรณ ผู้สร้างนั้นก็คือ บริษัทภาพยนตร์ ยูนิเวอร์ซัล โดยใช้คนไทยเป็นผู้แสดงทั้งหมด ในสมัยนั้น ภาพยนตร์ก็ยังเป็นระบบขาวดำอยู่นะครับ ถ้าหากได้ดูตอนนี้ก็จะมีกลิ่นไอของความคลาสสิคอยู่เพื่อให้ได้รับอรรถรสในการชมที่ดีนั่นเอง

ในช่วง พ.ศ.2490 นั้น ก็ถือเป็นช่วงที่ภาพยนตร์ไทยนั้นรุ่งเรืองเป็นอย่างมากเลยนะครับ ก็ได้มีภาพยนตร์ต่างๆ ออกมาอย่างมากมาย แม้กระทั่งสตูดิโอ นั้นก็มีมากยิ่งขึ้นด้วย แต่ช่วงที่เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้นวงการภาพยนตร์ นั้นก็ได้ซบเซาลงอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นทำให้เหล่าวงกาภาพยนตร์ต่างก็ปิดตัวลง เมื่อสิ้นสุดสงครามโลกแล่วนั้น กิจการภาพยนตร์ต่างๆ ก็ได้กลับมาเฟื่องฟูกันอีกครั้ง เมื่อกาลเวลาผ่านไปนั้นภาพยนตร์ต่างๆ ก็เริ่มมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้สอดคล้องกับสังคมในปัจจุบัน ปัจจุบันภาพยนตร์ไทยที่มุ่งสู่ตลาดโลกนั้น อย่างเช่น ตำยำกุ้ง ที่สามารถขึ้นไปอยู่บนตารางบ็อกซ์ออฟฟิศในประเทศสหรัฐอเมริกา และยังมีภาพยนตร์ไทยหลายๆ เรื่องที่ต่างประเทศซื้อลิขสิทธิ์นำไปฉายอยู่เป็นจำนวนมากนั่นเอง อย่างไรก็ตามนั้นในประเทศไทยก็ได้มีหลายๆ หน่วยงานได้จัดกิจกรรมประกาศผลโหวตของภาพยนตร์ไทยเพื่อให้เป็นขวัญและกำลังใจให้คนเบื้องหลังนั้นได้พัฒนาคุณภาพต่อๆ ไปได้ดีมากยิ่งขึ้นนั่นเอง จะเห็นได้จากในปัจจุบันภาพยนตร์ไทยก็ถือเป็นภาพยนตร์ที่สามารถสู่กับตลาดโลกได้อย่างมากเลยนะครับ โดยจะมีการเริ่มนำนักแสดงละครก็เริ่มเข้ามามีบทบาทในการแสดงภาพยนตร์มากยิ่งขึ้นและทำให้กระแสของภาพยนตร์นั้นดีเป็นพลุแตกอีกด้วย

บริษัท กันตานา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

  บริษัท กันตานา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทผลิตรายการโทรทัศน์ชั้นนำของเมืองไทย ซึ่งก็มีบริษัทในเครือมากกว่า 40 บริษัท ด้วยกัน โดยมีบริษัทในเครือที่ต่างประเทศอีกหลายประเทศ และธุรกิจครอบคลุมทุกสื่อบันเทิงสายทีวีสายภาพยนตร์ต่างๆ มีแบรนด์เสื้อผ้า ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง อาคารต่างๆ ธุรกิจการจัดกิจกรรมต่างๆ ธุรกิจทางด้านการศึกษา และ ธุรกิจทางด้านโรงภาพยนตร์ นับได้ว่าเป็นบริษัททางด้านบันเทิงที่ใหญ่ที่สุดอีกด้วย

บริษัท กันตานา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ก็เป็นบริษัทที่มีสตูดิโอใหญ่มากเลยนะครับ และมีโรงภาพยนตร์ต่างๆ อีกมากมาย และยังมีช่องทีวีเป็นของตัวเองอีกด้วย  และยังได้ผลิตรายการโทรทัศน์หลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น เกมโชว์ ควิซโชว์ ทอล์คโชว์ วาไรตี้โชว์ เรียลลิตี้โชว์ สารคดี วาไรตี้คอเมดี้โชว์ รายการเพลง รายการเด็ก และละคร ซึ่งมีมากกว่า 200 รายการด้วยกัน และผลิตละครป้อนให้แทบทุกช่องอีกด้วย ซึ่งในตอนนี้ละครที่กำลังโด่งดังและอยู่ในกระแส ก็คงหนีไม่พ้น เพลิงพระนาง นะครับที่ได้นางเอกระดับซุปตาร์มาร่วมแสดงด้วยอย่าง อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ งานนี้เลยทำให้ละครนั้นโด่งดังเป็นพลุแตก ไม่ว่าใครๆ ก็ต่างพูดถึงกันทั้งนั้น ด้วยความเข้มข้นที่กำลังลงตัว บวกกับความอิจฉาริษยาของตัวละครเลยทำให้คนดูนั้นได้อินไปกับบทของนางเอกอีกด้วยนั่นเอง ตอนนี้ทาง บริษัท กันตานา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ก็ได้มีรายการที่ออกอากาศอยู่ 14 รายการด้วยกัน ซึ่งก็ออนแอร์อยู่ทุกช่องตามฟรีทีวีนะครับ อย่างไรก็ตามนั้น ความอลังการของละครที่ได้ผลิตนั้นทำให้ใครหลายๆ คนก็ตื่นตาตื่นใจกันอย่างมากเนื่องจากในแต่ละเรื่องนั้นก็ใช้งบประมาณที่มากพอสมควรนั่นเอง

ตะวันทอแสง

  ตะวันทอแสง เป็นละครโทรทัศน์ แนวละครดราม่า โรแมนติก ซึ่งสร้างจากบทประพันธ์ของ ปิยะพร ศักดิ์เกษม ซึ่งแต่ก่อนนั้นเป็นนิยายมาก่อน โดยตะวันทอแสงนั้นก็ได้สร้างเป็นละครมาแล้วถึง 2 ครั้งด้วยกัน ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกทางช่อง 7 ทั้งหมด ซึ่งเรื่องราวนั้นเป็นเกี่ยวกับพระเอกที่เกลียดผู้หญิงเป็นอย่างมาก  ด้วยจากปมที่แม่ของเค้านั้นได้ทิ้งไปอย่างไม่กลับมานั่นเอง

ตะวันทอแสงนั้นก็ได้สร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2540 ผลิตโดยบริษัท ดาราวิดีโอก ซึ่งตอนนั้นก็เป็นบทโทรทัศน์ของ แดนดาว กับกำการแสดงโดย สยาม สังวริบุตร โดยในยุคนั้นก็ได้นำแสดงโดย พีท ทองเจือ และนางเอกตลอดกาลอย่าง สุวนันท์ คงยิ่ง โดยครั้งต่อมานั้นทางด้านบริษัท โพลีพลัส จำกัดนั้น ก็ได้นำกลับมาปัดฝุ่นและทำการกับกำใหม่อีกครั้ง ซึ่งในยุคการกำกับของ บริษัท โพลีพลัส นั้นก็เป็นการได้นางเอกและพระเอกระดับซุปตาร์มาเล่นนั่นเอง อย่าง ปกรณ์ ลัม และ ดาวิกา โฮร์เน่ โดยเรื่องย่อนั้น ก็จะเป็นเรื่องราวของ ภคพงษ์ ที่เป็นชายหนุ่มมีความพร้อมทุกๆ อย่าง แต่ขาดความรัก ซึ่งเจ้าตัวนั้นก็ได้โดนแม่แท้ๆ ของเจ้าตัวทิ้งไปตั้งแต่เล็กๆ เลยทำให้เป็นปมดอยจนถึงทุกวันนี้ จนเกิดการไปสู้ของความแก้แค้นต่างๆ เพราะทางพระเอกได้ไปเจอแม่แท้ๆ ไปมีครอบครัวใหม่ ซึ่งเรื่องราวต่างๆ ก็มีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ จนไปสู้ความพินาศต่างๆ นั่นเอง แต่ในที่สุดภาคพงษ์คิดได้และกลับไปหาสาเหตุของเรื่องนี้ แต่มันก็สายไปแล้วนั่นเอง ซึ่งใครได้ดูเรื่องนี้นั้น ก็จะสนุกและเข้มข้นเป็นอย่างมากเลยนะครับ

คู่แค้นแสนรัก

  ละครช่อง 7 ถือว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเลยนะครับ ซึ่งในยุคก่อนนั้นละครช่อง 7 ก็ได้รับความนิยม จนทำให้นักแสดงหลายๆ คนนั้นโด่งดังกันเป็นอย่างมาก อย่างเช่นเรื่อง คู่แค้นแสนรัก ก็ถือเป็นละครที่ได้นางเอกระดับซุปตาร์อย่าง อั้ม พัชราภา นั้นมาโครจรเจอกับพระเอกไม้เลื้อยอย่าง ชาคริต แย้มนาม เรื่องนี้เป็นของบริษัท โพลีพลัส

คู่แค้นแสนรัก ก็ได้ดัดแปลงมาจากบทประพันธ์เรื่อง หลงกลรัก ของ เทพิตา โดยทางบริษัท โพลีพลัส นั้นก็ได้นำมาสร้างเป็นละครเมื่อปี พ.ศ. 2554 ออกอากาศทุกวันพุธ – วันพฤหัสบดี เวลา 20.30-22.30 ทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 โดยเรื่องนี้นั้นอย่างที่บอกได้ระดับซุปตาร์ของประเทศไทยมาเป็นพระเอกนางเอกกันด้วย ซึ่งก็นำแสดงโดย ชาคริต แย้มนาม , พัชราภา ไชยเชื้อ โดยกำกับการแสดงโดย กฤษฎา เตชะนิโลบล เริ่มตอนแรกเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ถึง 24 สิงหาคม พ.ศ. 2554 ที่ผ่านมานั่นเอง โดยกระแสเรื่องนี้นั้นก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเลย เนื่องจากได้ได้นางเอกซุปตาร์ตัวแม่มาร่วมเล่นด้วยเลยทำให้กระแสของเรื่องนี้โด่งดัง เป็นละครแนวกวนๆ ตลกๆ เฮฮา ผสมดราม่าเล็กน้อย เรื่องนี้นั้นก็เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการซื้อที่ดินของพระเอก ซึ่งที่ดินที่พระเอกอย่างได้นั้นเจ้าของกลับไม่ขายเลยทำให้เกิดเรื่องราวต่างๆ ทำให้เกิดความแค้นส่วนตัวจนสู้ความพินาศไปนั่นเอง อย่างไรก็ตามนั้นละครเรื่องนี้ถือเป็นละครที่มีข้อคิดต่างๆ ได้ดีเลยทีเดียว เราก็ต้องมาติดตามกันนะครับว่าละครเรื่องนี้จะจบลงเช่นไร แล้วทั้งคู่จะสามารถรักกันจริงๆ ได้ไหม คงต้องไปหาดูย้อนหลังกันแล้วนะเธอ

ละครโทรทัศน์ไทย

   ละครโทรทัศน์ไทย คือรูปแบบรายการโทรทัศน์ประเภทบันเทิงของไทย ซึ่งละครเรื่องแรกของประเทศไทยนั้นนั่นก็คือ สุริยานีไม่ยอมแต่งงาน ซึ่งก็ได้ออกอากาศทางช่อง 4 บางขุนพรหม ละครในประเทศไทยนั้นส่วนใหญ่นั้นก็จะมีเนื้อหาเป็นเรื่องของคนชั้นสูงในสังคมไทย โดยตัวละครต่างๆ นั้นก็จะแบ่งออกเป็นฝ่ายดี และ ฝ่ายเลว สามารถที่จะเดาตอนจบได้ตั้งแต่ละครยังไม่เริ่มเข้มข้น ส่วนใหญ่แล้วนั้นบทสรุปของละครไทย นางเอกและพระเอกนั้นก็จะต้องแต่งงานกันนั่นเอง

หลังจากที่ประเทศไทยนั้นเริ่มมีการฉายละครออกทางช่อง 4 บางขุนพรหมนั้น ซึ่งเป็นสถานีโทรศัศน์แห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งหลังจากนั้น ก็ได้มีละครเรื่องแรกนั่นก็คือ  สุริยานีไม่ยอมแต่งงาน  ละครเรื่องนี้นั้นก็นำแสดงโดย หม่อมราชวงศ์ถนัดศรี สวัสดิวัฒน์ และ โชติรส สโมสร ซึ่งออกอากาศเมื่อวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2499 ที่ผ่านมา ละครโทรทัศน์ในประเทศไทยนั้นก็เริ่มมาเฟื่องฟูเมื่อปี พ.ศ.2501 โดยนักแสดงที่เคยได้เล่นละครเวทีนั้นก็มาเล่นละครโทรทัศน์กันส่วนใหญ่ โดยในช่วงนั้นละครโทรทัศน์ก็ทำการแข่งขันกันอย่างสูงเลยนะครับหลายๆ ช่องก็เริ่มที่จะผลิตละครให้คนดูนั้นได้ติดตามและอินไปกับตัวละครนั้นๆ เมื่อละครอยู่ในยุคที่โด่งดัง ก็เลยมีการปรับแผนการออกอากาศ ทำให้ละครหลังข่าว 20.00 น. ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจนถึงทุกวันนี้นั่นเอง อย่างไรก็ตามนั้น ในปัจจุบันก็ได้เปิดอิสระในยุคโทรทัศน์ระบบดิจิทัลในประเทศไทย ซึ่งช่องต่างๆ นั้นก็ได้ทำละครเจาะกลุ่มออกมาได้เป็นอย่างดี แต่ความนิยมนั้นละครช่อง 7 ก็ยังได้รับความนิยมอยู่สูงเช่นกัน

ละครโนรา

   ละคร หมายถึงบการแสดงรำที่เป็นเรื่องราว ดำเนินเรื่องไปโดยลำดับ มีตัวเอกของเรื่อง โดยฝ่ายชายนั้นก็จะเรียกว่าตัวพระเพราะสมัยโบราณจะมีแต่ละครจักรๆ วงศ์ๆ ซึ่งในปัจจุบันเราก็หาดูได้ทั่วไปตามช่อง 7 นะครับ ที่ตอนเช้าๆ วันเสาร์อาทิตย์ ก็จะมีละครพื้นบ้านทำออกมาให้คนรุ่นหลังนั้นได้ติดตามบางเรื่องก็กระแสดังทำให้ตัวเอกและนางเอกนั้นแจ้งเกิดได้ดีเลยทีเดียว

ละครโนรา เป็นละครที่มีความเก่าแก่มาที่สุด ซึ่งเป็นละครของชาวใต้บ้านเรา ในสมัยโบราณนั้นการแสดงละครโนราก็จะมีผู้แสดงเพียงแค่ 3 คน เป็นผู้ชายล้วนทั้งหมด แต่ในปัจจุบันนั้นก็มีการเอาผู้หญิงมาร่วมแสดงกันด้วย และจำนวนผู้แสดงนั้นก็มีมากขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว ซึ่งก็ได้มีการประดับตกแต่ง สวมเสื้อผ้าที่มีความสวยงามและเป็นเอกลักษณ์อย่างมาก  ส่วนเครื่องดนตรีนั้นก็จะมีเป็น ปี่ใน กลองขนาดย่อม หรือโทน ฆ้องคู่ ฉิ่ง และกรับ เล่นเป็นทำนองอย่างสนุกสนานกันเลยทีเดียว แต่ในปัจจุบันนั้นก็มีนักแสดงเพิ่มขึ้นมาอีกหลายคน ซึ่งจะต้องหาโรงละคร หรือ โรงละครนอก มาทำการแสดง โดยก่อนที่จะทำการแสดงนั้นก็จะต้องมีการไหว้ครูเสียก่อน แล้วก็รำซัด  เพื่อเป็นการขอขมาในสิ่งที่ได้ล่วงเกินไปในขณะที่แสดงกันอยู่นั่นเอง อย่างไรก็ตามนั้น ละครโนรา ก็ถือเป็นละครที่สนุกเป็นอย่างมากเลยนะครับ ด้วยสำเนียงการพูดเช่น จะพูดว่า ไปทะเล ก็อาจจะพูดว่า ไปเล เลยทำให้การพูดด้วยสำเนียงนี้นั้นกลายเป็นเอกลักษณ์ที่หลายๆ คนนั้นชื่นชอบกันเป็นอย่างมากนั่นเอง