เป้ – สายป่าน ร่วมเปิดมุมมองความรักใน Bangkok รัก Stories

Bangkok รัก Stories ซีรี่ย์ไทยเล่าเรื่องราวของความรักในหลายมุมมองจากผู้คนหลากหลายอาชีพ ออกอากาศทางช่อง GMM25 ล่าสุดกับตอนใหม่ที่ชื่อว่า “เก็บรัก” ที่ได้พระเอกมาดเซอ เป้ อารักษ์ และ นางเอกสุดแนว สายป่าน อภิญญา มาเปิดมุมมองความรักที่ใกล้เคียงกับใครหลายๆคนที่เกี่ยวถึงความรักในอดีตที่ไม่สามารถลืมเลือนไปได้และอยากกลับไปแก้ไข ซึ่งเรื่องราวของ Bangkok รัก Stories ตอน เก็บรัก พูดถึงเรื่องราวของช่างผมหนุ่มหล่อย่านสยามซึ่งความหล่อและเสน่ห์ของเขาทำให้มีผู้หญิงต่างรุมจีบ แต่เขาเองกลับไม่สามารถลืมความรักในอดีตของหญิงสาวคนหนึ่งที่เขาเคยคบหา…แต่บางอย่างที่ทำให้เขาอยากกลับไปแก้ไขและหวังว่าสักวันเขาจะพบกับหญิงคนรักเก่าของเขา

สำหรับ เป้ อารักษ์ รับบท หมอก ช่างผมหนุ่มหล่ออยู่ร้านตัดผมแห่งหนึ่งในย่านสยาม ย่านแห่งแฟชั่นเป็นที่ชื่นชอบของเหล่าวัยรุ่น โดยหมอกเป็นชายหนุ่มที่มีเสน่ห์แถมยังโดนสาวๆรุ่มจีบถึง 3 คน อย่าง แคนดี้ สาวมัธยมวัยใสเพิ่งที่โดนเท, แพต สาวเด็กเสี่ยลุคไฮโซ, นก สาวออฟฟิศสุดเฉิ่ม ที่ต่างก็แย่งรุมจีบหมอกเป็นว่าเล่น แต่ดูเหมือนว่า หมอกจะยังไม่เคยลืม เจน (สายป่าน อภิญญา) แฟนเก่าที่เคยเลิกราไป จนเขาได้พบกับเจนอีกครั้งซึ่งอดีตของทั้งคู่ก็กลับมาอีกครั้งและหมอกจะแก้ไขความผิดพลาดของตนเองในอดีตได้หรือไม่

สำหรับ  Bangkok รัก Stories ตอน เก็บรัก ออกอากาศทางช่อง GMM25 ทุกวันเสาร์ เวลา 17.00 – 18.00 น. เริ่มออกอากาศตอนแรกวันเสาร์ที่ 4 พฤศจิกายน 2560

อาหลอง ทุ่มงบสุดตัวลุยฉากบู๊กลางทุ่งดอกทิวลิปใน ทิวลิปทอง

เตรียมเปิดฉากบู๊สนั่นระเบิดภูเขาเผากระท่อมอีกครั้งในละคร ทิวลิปทอง ของผู้กำกับอย่าง อาหลอง ฉลอง ภักดีวิจิตร ที่ครั้งนี้จะพาผู้ชมไปบู๊ไกลถึงประเทศนิวซีแลนด์ นอกจากพาชมฉากทุ่งดอกทิวลิปแสนสวยงามแล้วยังคงจัดเต็มจัดหนักฉากบู๊แอ็คชั่นสไตล์การกำกับของ อาหลอง ซึ่งตัวผู้กำกับเองก็ทุ่มงบไม่อั้นในฉากแอ็คชั่นกลางทุ่งดอกทิวลิป โดยทีมงานเผยว่าฉากแอ็คชั่นกลางทุ่งทิวลิปนั้นทางผู้กำกับจ่ายเงินไม่อั้นกับค่าเสียหายของดอกทิวลิป เพื่อให้แฟนๆได้ชมฉากแอ็คชั่นที่สมจริงและโปรดักชั่นที่จัดเต็ม โดยฉากดังกล่าวนี้เป็นฉากเปิดตัวตอนแรกของละครซึ่งนักแสดงที่เข้าฉากคือ คู่พระ-นางในเรื่อง เอก-รังสิโรจน์ และ มะนาว-ศรศิลป์ ทั้งนี้ทางผู้กำกับก็ไม่เปิดเผยรายละเอียดว่าจ่ายค่าเสียหายในฉากนี้ไปเท่าไหร่

สำหรับละคร ทิวลิปทอง เป็นเรื่องราวของการตามล่าของฝ่ายธรรมมะและอธรรมเพื่อตามหาดอกทิวลิปทอง กุญแจสำคัญที่นำไปสู่ปริศนาบางอย่างที่ล้ำค่าซึ่งทุกคนต่างแย่งชิงเพื่อให้ได้มันมา ซึ่งในละครจัดเต็มครบรสทั้งฉากบู๊แอ็คชั้น ฉากดราม่า ฉากการผจญภัย รวมถึงฉากของทุ่งดอกทิวลิปที่สวยงามโดยในเรื่องกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ถ่ายทำที่ประเทศนิวซีแลนด์ นอกจากคู่พระ-นางอย่าง เอก-รังสิโรจน์ และ มะนาว-ศรศิลป์ แล้วยังมีนักแสดงสมทบอื่นอีก เช่น ดอม เหตระกูล, มาริสา แอนนิต้า, คีตภัทร อันติมานนท์, กรุง ศรีวิไล และนักแสดงฝีมือเยี่ยมอีกมากมาย โดยละครทิวลิปทองออกอากาศทุกวัน ศุกร์, เสาร์, อาทิตย์ เริ่มออกอากาศทุกวันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 ทางช่อง 7 สี

หมิว ลลิตา คืนฟอร์มหลากบทบาทในละคร ล่า ช่องวัน

จัดว่าเป็นละครรีเมคฟอร์มยักษ์ของทางช่องวันนอกจากจัดเต็มโปรดักชั่นแล้วยังเป็นการกลับมาของนักแสดงมากฝีมืออย่าง หมิว ลลิตา ปัญโญภาส นางเอกดาวค้างฟ้าที่ห่างหายจากวงการการแสดงหลายปี ซึ่งเธอกลับมารับบทบาทใหม่และการแสดงใหม่ที่เธอไม่เคยเล่นมาก่อนในละครเรื่อง ล่า ละครเรื่องใหม่จากทางช่องวัน 31 ซึ่งแน่นอนว่าการกลับมาแสดงคราวนี้ หมิว ต้องรับบท มธุรส หญิงสาวธรรมดาคนหนึ่งที่ต้องฝึกฝนตัวเองเพื่อออกล่าแก้แค้นกับคนที่ทำกับเธอและลูกของเธอให้สาสม โดยในเรื่องหมิวต้องมีการปลอมตัวในลุคต่างๆมากมาย ตั้งแต่หญิงสาววันรุ่น, สาวเต้นในบาร์, โสเภณี, หญิงชรา, ปลอมเป็นผู้ชาย, สาวประเภทสอง ฯลฯ แน่นอนว่าสิ่งหนึ่งที่ทำให้แฟนๆได้เห็นคือ ลุคแต่งเป็นผู้ชายของเธอนั่นเอง ซึ่งต้องยกความดีความชอบให้แก่ทีมเมคอัพจริงๆ เนื่องจากสามารถแต่งลุคผู้ชายออกมาได้อย่างสมจริงที่สุด ซึ่งแตกต่างจากบทบาทที่ผู้หญิงต้องปลอมเป็นชาย แน่นอนว่าทีมเมคอัพใส่รายละเอียดต่างๆให้เธอให้เหมือนกับผู้ชายมากที่สุดไม่ว่าจะเป็นสีผิว, ขนหน้าอก, หนวดเคราที่ใส่รายละเอียดอย่างมาก โดยแฟนๆต่างชื่นชมในผลงานและต่างก็เปรียบเทียบกับลูกชายของเธอว่าเหมือนกันอย่างมาก

ละคร ล่า เคยสร้างเป็นละครโทรทัศน์มาแล้วในปี พ.ศ. 2537 เรื่องราวของหญิงสาวคนหนึ่งที่ต้องออกมามีชีวิตที่ลำบากพร้อมกับลูกสาวของเธอเพื่อห่างจากสามีจอมเจ้าชู้และอารมณ์รุนแรง ต่อมาเธอและลูกสาวถูกแก๊งอันธพาลรุมข่มขืนจนทำให้ลูกสาวของเธอกลายเป็นคนเสียสติ จนกระทั่งเธอได้พบกับครูสอนแต่งหน้าชาวญี่ปุ่นที่ทำให้เธอรู้จักกับการฆ่า และทำให้เธอรู้จักคำว่า การล้างแค้นนั้นเป็นจุดเริ่มต้นให้เธอต้องล่าทรชนที่ทำให้เธอกับลูกเป็นแบบนี้

แย่งชิง ละครไทยเค้าโครงเรื่องจริงสู่ละครสุดแซ่บ

ออกอากาศไปแล้ว 2 ตอนกับละครไทยส่งความแซ่บท้ายปี 60 กับละครเรื่อง แย่งชิง เป็นชื่อตอนหนึ่งจาก Club Friday Celeb Stories ที่ออกอากาศทางช่อง GMM25 เรียกว่าเป็นการพบกันครั้งแรกของอดีตพระ – นางต่างช่องอย่าง อั้ม อธิชาต และ นุ่น วรนุช ที่มารับบทบาทคนในวงการบันเทิงและวงการสังคมไฮโซ นอกจากนี้ยังสมบทด้วยนักแสดงอีกมากมายไม่ว่าจะเป็น บุ๋ม ปนัดดา, ไอซ์ อภิษฎา, น้ำฝน สรวงสุดา, ฝน ศนันธฉัตร กำกับโดย เอกสิทธิ์ ตระกูลเกษมสุข  โดยเรื่องราวใน Club Friday Celeb Stories ตอน แย่งชิง นั้นเป็นการนำเอาเค้าโครงจากเรื่องจริงบางส่วนของบุคคลหนึ่งในวงการบันเทิง โดยมีการเสริมเนื้อหาให้มีความสนุกน่าติดตามเข้าไป นอกจากนี้แล้วถือว่าเป็นการแสดงครั้งแรกของ อั้ม อธิชาต และ นุ่น วรนุช อดีตพระเอก – นางเอก ต่างช่องที่ตอนนี้ทั้งคู่เป็นนักแสดงอิสระเต็มตัวแล้ว

Club Friday Celeb Stories ตอน แย่งชิง เป็นเรื่องราวของ พริมา นางเอกซุปเปอร์สตาร์เบอร์หนึ่งของไทยที่ตอนนี้กำลังครองรักและจะแต่งงานกับ พุก ลูกชายคนเล็กของตระกูลไฮโซ ซึ่งแม่ของพุกไม่ชอบพริมาเพราะว่าเธอเคยเป็นลูกแม่ค้ามาก่อน ส่วนพริมาเองก็ไม่ค่อยถูกกับเหมียว (ไอซ์ อภิษฎา) ซึ่งเคยเป็นเพื่อนสนิทกันมาก่อนและมักมีปากเสียงเมื่อเจอกัน แต่ว่าชีวิตคู่ที่ดูมีความสุขนั้นเพียงเพราะหน้าตาทางสังคมของกันและกันเท่านั้น จนกระทั่งพุกจะพบกับ โนวี่ (ฝน ศนันธฉัตร) เด็กใหม่ในวงการที่เข้ามาเพราะว่าอยากเด่น อยากดัง และอยากรวยโดยการเป็นมือที่สาม ศึกแย่งชิงทั้งสามีและตำแหน่งเบอร์หนึ่งของไทยจึงเริ่มต้นขึ้น

ช่องวันส่งต่อละครพีเรียด สืบสวนฟอร์มยักษ์ กาหลมหรทึก ลงจอปี 61

ปี 2561 ละครจากทางช่องวัน 31 ที่จัดไม้เด็ดๆออกมาหลายเรื่องและอีกเรื่องหนึ่งอย่าง กาหลมหรทึก (กา-หน-มะ-หอ-ระ-ทึก) ละครพีเรียด – สืบสวนสอบสวน จากนิยายของ ปราปต์ หรือ นายชัยรัตน์ พิพิธพัฒนาปราปต์ นวนิยายที่คว้ารางวัลยอดเยี่ยมจากหลายเวที ซึ่งจัดว่าเป็นละครที่น่าชมและน่าสนใจอีกเรื่องหนึ่งของช่องวัน ซึ่งนอกจากจะได้ทีมงานจากละครพีเรียดฟอร์มยักษ์ต่างๆ อาทิ พิษสวาท, แต่ปางก่อน, บัลลังก์เมฆ ที่จัดเต็มมาสร้างสรรค์ความสนุกสนานและอลังการแล้วยังได้นักแสดงมากฝีมือมากมาย เช่น ป้อง ณวัฒน์, วิว วรรณรท, โอ อนุชิต และ นพพล โกมารชุน นักแสดงอื่นๆ อีกมากมาย จัดว่าเป็นละครพีเรียด – สืบสวนสอบสวน มุมมองใหม่ของวงการโทรทัศน์ไทยในปัจจุบัน

กาหลมหรทึก (กา-หน-มะ-หอ-ระ-ทึก) เป็นเรื่องราวของ พ.ต.ท. เวทางค์ ภิรมย์รุจ สารวัตรหนุ่มแห่งกองตำรวจสอบสวนกลางได้รับแจ้งเหตุ พบศพเด็กหญิงในบ้านพักย่านวัดระฆังโฆษิตารามสภาพศพของผู้ตายมีลักษณะคล้ายถูกยาบางชนิดและโดนทุบจากด้านหลังจนกะโหลกศีรษะแตกเป็นที่น่าสยดสยอง.. การสืบสวนเบื้องต้นเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงเมื่อมารดาของผู้ตายให้การวกไปวนมา อีกทั้งบนร่างกายศพยังปรากฏรอยสักปริศนาของคำห้าคำ เหย้า เจ้า แพะ ทิ้ง พงส์

ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดรายชื่อนักแสดงเพิ่มเติม หรือ รายละเอียดการถ่ายทำมากนักซึ่งตอนนี้ละครก็เพิ่งเริ่มถ่ายทำไม่นาน แต่เชื่อว่าละครพีเรียดเรื่องนี้ผู้ชมจะได้พบกับความอลังการ สนุกสนาน และปมปริศนาต่างๆที่น่าติดตามในเรื่อง ซึ่งแฟนๆไม่ควรพลาดชมทางช่องวัน 31

นายฮ้อยทมิฬ ละครน้ำดีสะท้อนวิถีไทยภาคอีสาน

ออกอากาศจนใกล้ถึงตอนจบแล้วสำหรับละครน้ำดีที่สะท้อนวิถีชีวิตคนไทยภาคอีสานในสมัยก่อนอย่าง นายฮ้อยทมิฬ ที่เคยสร้างความสนุกสนานแก่ผู้ชมมาแล้วในปี พ.ศ. 2543 ที่นำมาสร้างใหม่อีกครั้งและการเล่ามุมมองในรูปแบบการผจญภัย คาถาอาคม และฉากแอ็คชั่นตามสไตล์ค่ายพอคีคำ โดยผู้จัดมากฝีมือ ธงชัย ประสงค์สันติ ผู้กำกับสายเลือดอีสาน นอกจากนี้ยังได้นักแสดงหนุ่มกล้ามแน่น ไมค์-ภัทรเดช พระเอกสายเลือดอีสาน มารับบท นายฮ้อยเคน ประกบคู่กับนางเอกมากฝีมือ ปุ๊กลุก-ฝนทิพย์ ในบท คำแก้ว ซึ่งจะมาร่วมกันถ่ายทอดวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยทางภาคอีสานในสมัยก่อน นอกจากนี้ยังเป็นการรวมตัวของศิลปินลูกทุ่งสายเลือดอีสานไว้คับคั่ง อาทิ ไผ่ พงศธร, ข้าวทิพย์-ธิดาดิน, ปอยฝ้าย มาลัยพร, เฉลิมพล มาลาคำ พร้อมด้วยอดีตนักมวยยอดฝีมือ  เขาทราย แกแล็คซี่, สามารถ พยัคฆ์อรุณ, สมรักษ์ คำสิงห์ ร่วมด้วยนักแสดงจากทางช่อง 7 อีกมากมาย เช่น โหน ธนากร, ชิงชิง คริษฐา, พล พูลภัทร, นัท-อติรุจ ฯลฯ

นายฮ้อยทมิฬ บอกเล่าเรื่องราวผ่านนายฮ้อยเคน หนึ่งในพ่อค้าควายที่ต้องเดินทางผ่านพื้นที่ที่ทุรกันดารและแห้งแล้งทางภาคอีสานเพื่อนำทัพควายไปขายแลกเงินและอาหาร ระหว่างการเดินทางต้องพบเจอกับอุปสรรคต่างๆ ทั้งความแห้งแล้งของภูมิประเทศ, พวกโจรปล้นควาย การเดินทางที่ไม่ได้สะดวกสบายอย่างเช่นปัจจุบัน นอกจากนี้แล้วละครยังใส่รายละเอียดอื่นๆ เช่น วัฒนธรรมท้องถิ่นในสมัยนั้น ความเชื่อในเรื่องของวิญญาณภูตผี การใช้ชีวิตอย่างพอมีพอกินและการดำเนินชีวิตบนพื้นฐานของความพอเพียง

ทองเนื้อเก้า

ทองเนื้อเก้า ละครชีวิตที่ถูกใจคนไทยเป็นอย่างมากเป็นบทประพันธ์ของ โบตั๋น เรื่องราวนั้นเกี่ยวกับชีวิตของสาวขี้เมาอย่างนาง ลำยอง ตัวละครผู้หญิงขี้เมา สำส่อน ขี้เกียจ และ วันเฉลิม ลูกชายของลำยองที่เปรียบเสมือนทองเนื้อแท้ที่ไม่ว่าจะอยู่ในที่แห่งหนใดก็ยังสามารถคงคุณงามความดีได้เสมอ ละครเรื่องนี้ได้มีการสร้างถึงสามครั้งและในแต่ละครั้งก็ถือว่าประสบผลสำเร็จ โดยเรื่องราวของสันต์ จ่าทหารเรือรูปหล่อ ลูกชายของปั้นและสิน สันต์พลาดท่าได้เสียกับลำยอง เมื่อปั้นรู้ข่าวว่าสันต์ลูกชายของตนได้เสียกับลำยองก็แทบเป็นลมจับ เพราะรู้อยู่เต็มอกว่าพื้นสันดานเดิมของบ้านลำยองเป็นเช่นไร ส่วนแลเมื่อรู้ว่าลูกสาวจับสันต์ทำผัวได้ก็ดีใจเพราะฝันว่าตัวเองจะสบายไปด้วย แต่สินและปั้นต้องจำใจรับลำยองเข้าบ้านในฐานะลูกสะใภ้ เมื่อลำยองตั้งท้องก็ไม่เคยช่วยงานใดๆ ลำยองเริ่มติดยาดองจนอดไม่ได้ สันต์ไม่พอใจจึงมีปากเสียงกันลำยองด่าลามปามไปถึงปั้นและสิน สันต์เหลืออดจึงตบหน้าลำยอง ลำยองโกรธมากจึงหอบวันเฉลิมหนีด้วยต่อมาลำยองจึงได้ไปทำงานที่โรงงานด้วยความสวยจึงเป็นที่ถูกใจของกวงเสี่ยเจ้าของโรงงานลำยองจึงมีชีวิตที่สบายขึ้นจนลำยองตั้งท้องแต่ด้วยความที่ลำยองติดเหล้ากวงจึงรับไม่ได้จึงของเลิกก่อนไปจึงของลูกจากลำยองแลกกับเงินก่อนโตหลังจากลำยองจึงมีทั้งบ้านและเงินทองแต่ตัวลำยองกับติดการพนันเพิ่มมาอีกทำให้ได้รู้จักชายหนุ่มในบ่อนการพนันทำให้ได้เสียกันอีกแต่ครั้งนี้ลำยองถึงกับหมดตัวเงินทองที่มีก็หมดไปจนภายหลังลำยองป่วยและตายลงอย่างน่าสงสาร

จำเลยรัก

จำเลยรัก เป็นละครที่รวมทุกเป็นอารมจริงๆบางทีถึงกับมีอารมเสียนางเอกเพราะไม่รู้จะเป็นคนดีอะไรขนาดนั้นเพราะต้องโดยทั้งพระเอกกลั่นแกล้งในช่วงแรกและยังต้องรับมือกับนางร้าย จำเลยรักเป็นบทประพันธ์ของ ชูวงศ์ ฉายะจินดา เป็นนวนิยายในปี พ.ศ. 2503 ตีพิมพ์ในเดลิเมล์วันจันทร์ ระหว่างปีพุทธศักราช 2504 – 2505 เป็นเรื่องราวของความแค้นของ หฤษฎิ์ พี่ชายที่ต้องสูญเสียน้องชายของตนเอง และเขาโกรธแค้นหญิงสาวต้นเหตุ ถึงกับจับตัวมาลงโทษเพื่อให้หายแค้น โดยไม่รู้ว่าจับมาผิดคน ไปจับโศรยา ต้องยอมจำนนให้หฤษฏิ์โขกสับต่างๆนานา และใช้งานเยี่ยงทาส และนายใบ้คู่หู ที่คอยดูไม่ให้โศรยาหนีไป วันหนึ่งหฤษฏิ์ต้องออกไปทำงาน ทำให้หฤษฏิ์ได้รู้จัก ศันสนีย์ ผู้ที่ทำร้ายน้องชายของเขานั่นเอง จากที่ศันสนีย์ยื่นบัตรประจำตัวประชาชนให้ดู จึงรู้ว่าตนเองจับตัวคนมาผิด ฝ่ายศันสนีย์ที่มีธวัชชัยเป็นแฟนอยู่แล้วก็เริ่มห่างเหินกับธวัชชัย เพราะ ชอบหฤษฏิ์ หฤษฏิ์กับเกาะไปก็ปลดปล่อยโศรยาและให้สร้อยไข่มุกแก่โศรยา ศันสนีย์เห็นก็ขอยืม โศรยาก็ให้ยืมโศรยาเสียใจที่ไม่มีสร้อยไข่มุกที่หฤษฎิ์ให้ตนแล้ว ด้านหฤษฎิ์ได้สร้อยไข่มุก หฤษฎิ์ก็นำไปให้โศรยา หฤษฏิ์แกล้งตีสนิทกับศันสนีย์จนศันสนีย์หวั่นไหว โศรยาเตือนให้ศันสนีย์อยู่ห่างหฤษฏิ์ ศันสนีย์ก็ว่าโศรยาว่าโศรยาชอบหฤษฏิ์ โศรยาปฏิเสธ วันหนึ่งหฤษฏิ์มาสู่ขอโศรยากับศุกฤกษ์ พ่อของศันสนีย์กับสายสมร แม่ของศันสนีย์ ด้านศันสนีย์นึกว่าหฤษฏิ์มาสู่ขอตน ก็โทรไปเยาะเย้ยโศรยา แต่พอรู้ว่าไปสู่ขอโศรยา ศันสนีย์ก็โกรธมาก เลยไปฆ่าโศรยาโดยผลักโศรยาตกน้ำแต่หฤษฏิ์มาช่วยไว้ทัน ความจริงเลยปรากฏว่า คนที่ไปช่วยโศรยาตอนตกน้ำในวัยเด็ก คือ นุกุลไม่ใช่ศันสนีย์ บทประพันธ์นี้มีการนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ อีกหลายต่อหลายครั้ง

เพชรตัดเพชร

เพชรตัดเพชร เป็นละครแอคชั่นสุดมัน ที่ต้นฉบับจากภาพยนตร์จนภายหลังได้นำมาทำเป็นละครโทรทัศน์ด้วยความนิยมมากจึงได้มีการสร้างถึงสองครั้งโดยครั้งแรกในปี พ.ศ. 2544 ที่นำแสดงโดย เจตริน วรรธนะสิน , อัมรินทร์ นิติพน , พัชราภา ไชยเชื้อ , กัลยกร นาคสมภพ และในปี พ.ศ. 2559 นำแสดงโดย ศุกลวัฒน์ คณารศ , มิกค์ ทองระย้า , อุษามณี ไวทยานนท์ , ขอขวัญ เรสตอล โดยเรื่องราว ชาติ ชายผู้สุขุมมุ่งมั่นรักความยุติธรรม ต้องกลายเป็นคู่ปรับรับมือกับการตามล่าของ ยอด ชายผู้เต็มไปด้วยไฟแห่งความทะเยอทะยาน หลังจากที่ทั้งคู่ต้องกลายเป็นคนที่ตายแล้ว และถูกนำตัวมาฝึกเป็น อีกายมทูต สุดยอดมือสังหารขององค์กรก่อการร้าย อีกาพญายม ซึ่งมี มาตามหลุยส์ เป็นผู้นำองค์กรเพื่อเป้าหมายเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้มีอำนาจสูงสุดในเอเชีย แต่ชาติไม่เห็นด้วยกับแผนการผลิตยาเสพติดโคคิโน่เพื่อทำลายประเทศแล้วสร้างไทยขึ้นมาใหม่ตามโรคแมพของมาดามหลุยส์ที่ร่วมกับ ไตร มือขวาคนสำคัญ กำหนดการออกอากาศวันที่ 7 ตุลาคม 2559 – 9 ตุลาคม 2559ซึ่งได้เลื่อนมาจาก กำหนดการออกอากาศเดิมของละคร ตั้งแต่ 14 ตุลาคม เป็นต้นไป งดออกอากาศ เนื่องจากมีประกาศจากสำนักพระราชวัง เรื่องพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสวรรคต นับตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม – 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559 งดออกอากาศ เพื่อเป็นการไว้อาลัยให้กับการเสด็จสู่สวรรคาลัยของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ละครเพชรตัดเพชรจะเริ่มกลับมาออนแอร์ตามปกติ เริ่มวันอาทิตย์ที่ 11 ธันวาคม 2559 – 8 มกราคม 2560 เวลา 20.25 น.

อตีตา

อตีตา เรื่องราวการเดินทางต่างภพระหว่างอดีตและปัจจุบันโดยอ้างอิงประวัติศาสตร์ยุคเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง อตีตา เป็นบทประพันธ์ของ ทมยันตี  เรื่องราวจะกล่าวถึงศึกบ้านบางระจัน  อตีตา เป็นละคร แห่งความรัก โรแมนติก ซาบซึ้ง ครบรส เต็มอิ่ม โดยมีเหตุการณ์ปัจจุบันเป็นจุดเริ่มต้น และเดินเรื่องด้วยเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่ยังคงอยู่ในหัวใจไทยทุกดวง  อตีตา จะพาผู้ชมก้าวผ่านกาลเวลาสู่อดีตกาล เพื่อให้เราทุกคนได้เรียนรู้อดีต เข้าถึงจิตวิญญาณแห่งความเป็นไทย เข้าใจถึงความรักที่แท้จริง และเรียนรู้ถึงการเสียสละเพื่อส่วนรวม และให้เราทุกคนได้ย้อนกลับมามองตนเองในปัจจุบัน และหาคาตอบว่า เราจะรักษาสิ่งที่เรามีอยู่ในวันนี้ได้อย่างไร แล้วเมื่อนั้นเราจะรู้ได้ว่าว่า อนาคตของเราจะเป็นเช่นไร  ละครเรื่อง อตีตา นำเสนอผ่านตัวละคร เมืองใจ นักรบหัวใจแกร่งแห่งค่ายบางระจัน และ ศิโรตม์  นักธุรกิจหนุ่มแห่งโลกปัจจุบัน ที่ชะตากรรมได้พาให้มิติของเวลาที่ห่างกันกว่าสองร้อยปีกลับมาบรรจบกัน ทำให้ชายทั้งสองได้มาพบกัน เรียนรู้ชีวิตซึ่งกันและกัน และกลายเป็นเพื่อนร่วมสาบาน แม้ท้ายที่สุด ศิโรตม์จะไม่อาจเปลี่ยนอดีตได้ ไม่สามารถยื้อชีวิตใครได้ แต่ความเสียสละของเมืองใจ และชาวบางระจัน ก็ทำให้ศิโรตม์ได้รู้ว่าเขาจะรักษาสิ่งมีค่าที่บรรพบุรุษมอบไว้ให้ด้วยเลือดเนื้อและชีวิตอย่างไร  และเขาจะดำเนินชีวิตต่อไปเช่นไร  อตีตา กำกับการแสดงโดย สถาพร นาควิไลโรจน์ ผู้กำกับมากฝีมือ ผู้มีรางวัลเป็นหลักประกันคุณภาพ และเขียนบทโทรทัศน์โดย อัณณ์