ผู้กองยอดรัก ยอดรักผู้กอง

ผู้กองยอดรัก ยอดรักผู้กอง และ ผู้กองอยู่ไหน เป็นหนังสือนวนิยายไตรภาคของ กาญจนา นาคนันทน์ เป็นเรื่องราวของความรักของพลทหารกับผู้กองสาวเจ้าเสน่ห์ที่แฝงไว้ด้วยความสนุกสนาน ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์และละครโทรทัศน์มาแล้วหลายครั้ง ถูกนำมาสร้างทำเป็นภาพยนตร์ 2 ครั้ง พ.ศ. 2516, พ.ศ. 2524 และละครโทรทัศน์ถึง 7 ครั้ง พ.ศ. 2515, พ.ศ. 2522, พ.ศ. 2531, พ.ศ. 2538, พ.ศ. 2545, พ.ศ. 2550, พ.ศ. 2558 โดยแต่ละครั้งจะมีชื่อเรื่องต่างกัน เช่น ผู้กองยอดรัก, ยอดรักผู้กอง, ผู้กองยอดรัก – ยอดรักผู้กอง และ ผู้กองอยู่ไหน

ผู้กองยอดรัก เป็นภาคแรก ที่จบถึงพลทหารพันได้หมั้นกับผู้กองสาวฉวีผ่อง

ยอดรักผู้กอง เป็นภาคสอง ที่พลทหารพันไปสงครามเวียดนาม และกลับมาแต่งงานกับผู้กองสาวฉวีผ่อง

ผู้กองอยู่ไหน เป็นภาคสาม ชีวิตหลังแต่งงานของทั้งสอง

บทประพันธ์นี้ถูกนำมาสร้างทำเป็นภาพยนตร์ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2516 ในชื่อว่า ผู้กองยอดรัก สร้างโดย ปัฐวิกรณ์แผนกภาพยนตร์ โดย จินตนา ไชยกูล เป็นผู้อำนวยการสร้าง กำกับการแสดงโดย เนรมิต นำแสดงโดย สมบัติ เมทะนี, สุภัค ลิขิตกุล, รอง เค้ามูลคดี, มีศักดิ์ นาครัตน์, นภาพร หงสกุล, สุรสิทธิ์ สัตยวงษ์, สุมาลี ทองหล่อ ฉายครั้งแรกวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2516 ที่โรงภาพยนตร์โคลีเซี่ยมและนำกลับมาสร้างใหม่เป็นครั้งที่สอง ในปี พ.ศ. 2524 ในชื่อว่า ยอดรักผู้กอง สร้างโดย พูนทรัพย์โปรดักชั่น กำกับโดย สมเดช สันติประชา นำแสดงโดย จตุพล ภูอภิรมย์, เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์, ล้อต๊อก, พิศมัย วิไลศักดิ์, เพ็ญพักตร์ ศิริกุล, เศรษฐา ศิระฉายา ฉายครั้งแรกวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2524

 

 

นางทาส

ถ้าถึงละครที่ได้รับความนิยมในอดีตที่นิยมจนผู้กำกับมือทองหลายคนต้องนำมาปัดฝุ่นสร้างใหม่เพื่อดึงคนดูกลับมาเปิดช่องของตัวเองการรีมิกช์ใหม่แบบนี้จะพบมากในช่องเจ็ดเพราะแต่ก่อนต้องบอกว่าช่องเจ็ดนั้นดังมากๆ และเรื่องที่นำมาทำใหม่หนึ่งในนั้นต้องมีเรื่องนางทาสอยู่ด้วยเพราะละครโทรทัศน์เรื่องนี้บอกเลยว่ากินอารมณ์มากนำมาทำใหม่กี่ครั้งก็ดังนางทาส หรือ นางทาษ เป็นเรื่องสั้นขนาดยาวของ วรรณสิริ ผู้ประพันธ์เรื่อง วนิดา และนางครวญ ตีพิมพ์ครั้งแรกอยู่ใน รวมเรื่องสั้นชุด สร้อยนพเก้า ของวรรณสิริ และได้รับความนิยม ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์และละครโทรทัศน์หลายครั้ง พร้อมกับมีการแต่งเติมเรื่องราวเพิ่มเติม ในการพิมพ์ครั้งต่อมา ได้เปลี่ยนชื่อหนังสือเป็น รวมเรื่องสั้นชุด นางทาสภาพยนตร์ นางทาษ ฉบับ พ.ศ. 2498 ของละโว้ภาพยนตร์ กำกับโดยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ เป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรก ที่ส่งเข้าประกวดในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเบอร์ลิน เมื่อ พ.ศ. 2504 ก่อนหน้าภาพยนตร์เรื่อง แพรดำ ของรัตน์ เปสตันยี ในปี พ.ศ. 2505 โดยในเรื่องนี้ วิไลวรรณ วัฒนพานิช ได้เข้าชิงรางวัลหมีเงิน ในฐานะนักแสดงนำยอดเยี่ยมฝ่ายหญิงด้วย แต่ไม่ได้รับรางวัล โดยเนื้อเรื่องจะเล่าถึงชีวิตของทาสที่ชื่อเย็น ถูกพ่อยิ่งกับแม่ล้วนนำมาขายเป็นทาสบ้านพระยาสีหโยธิน ตั้งแต่อายุ 15 ปี ตกอยู่ในความปกครองของทาสหญิงชราชื่อ นางฟัก ดูแลฝึกหัดให้สันทัดงานผู้ลากมากดี ภายหลังคุณหญิงแย้ม ภรรยาเอกของท่านเจ้าคุณ ก็เรียกให้ไปรับใช้บนเรือน เพราะเย็นผิวพรรณหมดจดหน้าตาสะสวย จนกลายเป็นเมียของจ้าคุณ แล้วถูกหาว่าเป็นชู้จึงทำให้เกิดเรื่องมากมาย

สุภาพบุรุษลูกผู้ชาย ละครไทย 7 สี

คนไทยส่วนมากจะถือเอาการดุละครคือการพักผ่อนถ้าพูดถือละครในประเทศไทยถือว่ามีมากมายหลายเรื่องให้ดูในแต่ละวันเพื่อเนื่องจากบ้านเรามีสถานีโทรทัศน์อยู่หลายช่องที่เห็นหลักก็มีช่อง3 และช่อง 7 ที่มีจำนวนดารามากเป็นพิเศษจึงเห็นว่ามีผมงานอออกมามากมายและก็มีการแข่งขันกันในบ้างครั้งเพราะมักจะบ่อยละครมาในช่วงเวลาเดียวกัน ทีนี้ก็ขึ้นอยู่ที่ว่าละครเรื่องไหนจะมันกว่าพระเอกนางเอกคู่ไหนจะหล่อและสวยกว่า สุภาพบุรุษลูกผู้ชาย เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สามารถดึงยอดคนดูมาได้ซึ่งเป็นละครโทรทัศน์ไทยจากบทประพันธ์ของศรัณยู วงษ์กระจ่าง สร้างครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2546 เขียนบทโทรทัศน์โดย เมจิก อีฟ กำกับการแสดงโดยศรัณยู วงษ์กระจ่าง นำแสดงโดย ตะวัน จารุจินดา, วรนุช วงษ์สวรรค์, ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์, มาติกา อรรถกรศิริโพธิ์ และนำกลับมาสร้างใหม่อีกครั้งเมื่อปี พ.ศ. 2556 ผลิตโดย บริษัท สามัญการละคร จำกัด ของศรัณยู วงษ์กระจ่าง เขียนบทโทรทัศน์และกำกับการแสดงโดยศรัณยู วงษ์กระจ่าง นำแสดงโดยศรัณย์ ศิริลักษณ์, ธัญญะสุภางค์ จิรปรีชานนท์, ปิยพันธ์ ขำกฤษ, ณัฐชา นวลแจ่ม, ศุภมร โคร์นิน โดยมีเนื้อเรื่องราวของ หรั่ง เด็กหนุ่มลูกกำพร้า สิ่งเดียวที่ติดตัวเขามาก็คือ ร็อกเก็ตรูปไวโอลิน ที่เขาเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี มันเป็นเพียงสมบัติชิ้นเดียวที่เขามี หรั่งรับจ้างทำงานสารพัดเพื่อส่งเสียตัวเองเรียนและเพื่อหาเงิน มาเป็นค่าผ่าตัดตาให้ ก้อย หญิงสาวตาบอดที่หรั่งรับมาดูแลอย่างน้องสาว ถึงชีวิตจะไม่ร่ำรวยแต่หรั่งก็มีความสุขที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านหลังเล็ก ๆและสู้ชีวิตด้วยแรงของสองมือที่เขามี

ละครพื้นบ้าน ช่องเจ็ด

ละครไทยจักรๆวงศ์ๆเป็นชื่อเรียกละครไทยที่ยังคงเอกลักษณ์ของไทยไว้เป็นเนื้อเรื่องส่วนมากนำมาจาก นิทานอิสป นิทานชาดก และ นิทานพื้นบ้านเริ่มนำมาออกอากาศทางโทรทัศน์ตั้งแต่สมัยที่โทรทัศน์ยังมีสองสีคือสีขาวและสีดำจุดเด่นของละครพื้นบ้านน่าจะเป็นจุดเด่นของตัวพระและตัวนางแต่สำหรับเด็กๆผมคิดว่าน่าจะเป็นจินตนาการที่แน่นอนว่าละครแนวนี้จะต้องเกี่ยวข้องกับเทวดาและก็มารจึงต้องมีพลังพิเศษเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยบอกเลยว่าแต่ก่อนผมชอบมากตั้งตารอให้ถึงวันหยุด เสาร์อาทิตย์เร็วๆเพื่อที่จะได้ดู  ละครจักรๆวงศ์ๆเกือบทั้งหมดมาจากนิทานพื้นบ้าน เล่ากันแบบปากต่อปากหรือมุขปาฐะ จะแตกต่างกันในรายละเอียดที่คนเล่าสอดแทรกสิ่งที่ตัวเองรู้ในแต่ละท้องถิ่น มักมีโครงเรื่องคล้าย ๆ กัน เช่น เจ้าชาย พลัดพรากจากบ้านเมือง ต้องออกเดินทางผจญภัย พบนางเอก และต่อสู่กับตัวร้ายซึ่งส่วนมากก็คือยักษ์ หรืออาจมีเนื้อหาประมาณ พระเอกถูกใส่ร้ายเป็นตัวกาลีบ้านกาลีเมือง จำเป็นต้องถูกเนรเทศเข้าป่า ได้ไปเรียนวิชากับพระอาจารย์หรือฤๅษี เจอกับนางเอก กลับมากอบกู้บ้านเมืองกล่าวคือมีเนื้อหา เรียนวิชา-ฆ่ายักษ์-ลักนาง เป็นส่วนใหญ่ในสมัยก่อนจะทำเป็นภาพยนตร์ เรียกว่า หนังจักร ๆ วงศ์ ๆ ใช้ฟิล์ม 16 มม. แต่ต่อมาเปลี่ยนมาเป็นการอัดวิดีโอ และเปลี่ยนมาเป็นละครจักร ๆ วงศ์ ๆ ทางโทรทัศน์ แล้วจึงมาเป็นละครพื้นบ้าน ซึ่งเป็นละครลักษณะเดียวกัน ละครจักร ๆ วงศ์ ๆ ที่มีชื่อเสียงเช่น สิงหไกรภพ, สังข์ทอง, จันทโครพ, แก้วหน้าม้า, ขวานฟ้าหน้าดำ, หลวิชัย-คาวี, สี่ยอดกุมาร, สุพรรณหงส์ เป็นต้น