นายฮ้อยทมิฬ ละครน้ำดีสะท้อนวิถีไทยภาคอีสาน

ออกอากาศจนใกล้ถึงตอนจบแล้วสำหรับละครน้ำดีที่สะท้อนวิถีชีวิตคนไทยภาคอีสานในสมัยก่อนอย่าง นายฮ้อยทมิฬ ที่เคยสร้างความสนุกสนานแก่ผู้ชมมาแล้วในปี พ.ศ. 2543 ที่นำมาสร้างใหม่อีกครั้งและการเล่ามุมมองในรูปแบบการผจญภัย คาถาอาคม และฉากแอ็คชั่นตามสไตล์ค่ายพอคีคำ โดยผู้จัดมากฝีมือ ธงชัย ประสงค์สันติ ผู้กำกับสายเลือดอีสาน นอกจากนี้ยังได้นักแสดงหนุ่มกล้ามแน่น ไมค์-ภัทรเดช พระเอกสายเลือดอีสาน มารับบท นายฮ้อยเคน ประกบคู่กับนางเอกมากฝีมือ ปุ๊กลุก-ฝนทิพย์ ในบท คำแก้ว ซึ่งจะมาร่วมกันถ่ายทอดวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยทางภาคอีสานในสมัยก่อน นอกจากนี้ยังเป็นการรวมตัวของศิลปินลูกทุ่งสายเลือดอีสานไว้คับคั่ง อาทิ ไผ่ พงศธร, ข้าวทิพย์-ธิดาดิน, ปอยฝ้าย มาลัยพร, เฉลิมพล มาลาคำ พร้อมด้วยอดีตนักมวยยอดฝีมือ  เขาทราย แกแล็คซี่, สามารถ พยัคฆ์อรุณ, สมรักษ์ คำสิงห์ ร่วมด้วยนักแสดงจากทางช่อง 7 อีกมากมาย เช่น โหน ธนากร, ชิงชิง คริษฐา, พล พูลภัทร, นัท-อติรุจ ฯลฯ

นายฮ้อยทมิฬ บอกเล่าเรื่องราวผ่านนายฮ้อยเคน หนึ่งในพ่อค้าควายที่ต้องเดินทางผ่านพื้นที่ที่ทุรกันดารและแห้งแล้งทางภาคอีสานเพื่อนำทัพควายไปขายแลกเงินและอาหาร ระหว่างการเดินทางต้องพบเจอกับอุปสรรคต่างๆ ทั้งความแห้งแล้งของภูมิประเทศ, พวกโจรปล้นควาย การเดินทางที่ไม่ได้สะดวกสบายอย่างเช่นปัจจุบัน นอกจากนี้แล้วละครยังใส่รายละเอียดอื่นๆ เช่น วัฒนธรรมท้องถิ่นในสมัยนั้น ความเชื่อในเรื่องของวิญญาณภูตผี การใช้ชีวิตอย่างพอมีพอกินและการดำเนินชีวิตบนพื้นฐานของความพอเพียง

ภาพยนตร์ไทย

  ภาพยนตร์ไทย มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานมาก ซึ่งภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกที่ได้มีการถ่ายทำนั้น ก็คือ นางสาวสุวรรณ ผู้สร้างนั้นก็คือ บริษัทภาพยนตร์ ยูนิเวอร์ซัล โดยใช้คนไทยเป็นผู้แสดงทั้งหมด ในสมัยนั้น ภาพยนตร์ก็ยังเป็นระบบขาวดำอยู่นะครับ ถ้าหากได้ดูตอนนี้ก็จะมีกลิ่นไอของความคลาสสิคอยู่เพื่อให้ได้รับอรรถรสในการชมที่ดีนั่นเอง

ในช่วง พ.ศ.2490 นั้น ก็ถือเป็นช่วงที่ภาพยนตร์ไทยนั้นรุ่งเรืองเป็นอย่างมากเลยนะครับ ก็ได้มีภาพยนตร์ต่างๆ ออกมาอย่างมากมาย แม้กระทั่งสตูดิโอ นั้นก็มีมากยิ่งขึ้นด้วย แต่ช่วงที่เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้นวงการภาพยนตร์ นั้นก็ได้ซบเซาลงอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นทำให้เหล่าวงกาภาพยนตร์ต่างก็ปิดตัวลง เมื่อสิ้นสุดสงครามโลกแล่วนั้น กิจการภาพยนตร์ต่างๆ ก็ได้กลับมาเฟื่องฟูกันอีกครั้ง เมื่อกาลเวลาผ่านไปนั้นภาพยนตร์ต่างๆ ก็เริ่มมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้สอดคล้องกับสังคมในปัจจุบัน ปัจจุบันภาพยนตร์ไทยที่มุ่งสู่ตลาดโลกนั้น อย่างเช่น ตำยำกุ้ง ที่สามารถขึ้นไปอยู่บนตารางบ็อกซ์ออฟฟิศในประเทศสหรัฐอเมริกา และยังมีภาพยนตร์ไทยหลายๆ เรื่องที่ต่างประเทศซื้อลิขสิทธิ์นำไปฉายอยู่เป็นจำนวนมากนั่นเอง อย่างไรก็ตามนั้นในประเทศไทยก็ได้มีหลายๆ หน่วยงานได้จัดกิจกรรมประกาศผลโหวตของภาพยนตร์ไทยเพื่อให้เป็นขวัญและกำลังใจให้คนเบื้องหลังนั้นได้พัฒนาคุณภาพต่อๆ ไปได้ดีมากยิ่งขึ้นนั่นเอง จะเห็นได้จากในปัจจุบันภาพยนตร์ไทยก็ถือเป็นภาพยนตร์ที่สามารถสู่กับตลาดโลกได้อย่างมากเลยนะครับ โดยจะมีการเริ่มนำนักแสดงละครก็เริ่มเข้ามามีบทบาทในการแสดงภาพยนตร์มากยิ่งขึ้นและทำให้กระแสของภาพยนตร์นั้นดีเป็นพลุแตกอีกด้วย

บริษัท กันตานา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

  บริษัท กันตานา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทผลิตรายการโทรทัศน์ชั้นนำของเมืองไทย ซึ่งก็มีบริษัทในเครือมากกว่า 40 บริษัท ด้วยกัน โดยมีบริษัทในเครือที่ต่างประเทศอีกหลายประเทศ และธุรกิจครอบคลุมทุกสื่อบันเทิงสายทีวีสายภาพยนตร์ต่างๆ มีแบรนด์เสื้อผ้า ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง อาคารต่างๆ ธุรกิจการจัดกิจกรรมต่างๆ ธุรกิจทางด้านการศึกษา และ ธุรกิจทางด้านโรงภาพยนตร์ นับได้ว่าเป็นบริษัททางด้านบันเทิงที่ใหญ่ที่สุดอีกด้วย

บริษัท กันตานา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ก็เป็นบริษัทที่มีสตูดิโอใหญ่มากเลยนะครับ และมีโรงภาพยนตร์ต่างๆ อีกมากมาย และยังมีช่องทีวีเป็นของตัวเองอีกด้วย  และยังได้ผลิตรายการโทรทัศน์หลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น เกมโชว์ ควิซโชว์ ทอล์คโชว์ วาไรตี้โชว์ เรียลลิตี้โชว์ สารคดี วาไรตี้คอเมดี้โชว์ รายการเพลง รายการเด็ก และละคร ซึ่งมีมากกว่า 200 รายการด้วยกัน และผลิตละครป้อนให้แทบทุกช่องอีกด้วย ซึ่งในตอนนี้ละครที่กำลังโด่งดังและอยู่ในกระแส ก็คงหนีไม่พ้น เพลิงพระนาง นะครับที่ได้นางเอกระดับซุปตาร์มาร่วมแสดงด้วยอย่าง อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ งานนี้เลยทำให้ละครนั้นโด่งดังเป็นพลุแตก ไม่ว่าใครๆ ก็ต่างพูดถึงกันทั้งนั้น ด้วยความเข้มข้นที่กำลังลงตัว บวกกับความอิจฉาริษยาของตัวละครเลยทำให้คนดูนั้นได้อินไปกับบทของนางเอกอีกด้วยนั่นเอง ตอนนี้ทาง บริษัท กันตานา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ก็ได้มีรายการที่ออกอากาศอยู่ 14 รายการด้วยกัน ซึ่งก็ออนแอร์อยู่ทุกช่องตามฟรีทีวีนะครับ อย่างไรก็ตามนั้น ความอลังการของละครที่ได้ผลิตนั้นทำให้ใครหลายๆ คนก็ตื่นตาตื่นใจกันอย่างมากเนื่องจากในแต่ละเรื่องนั้นก็ใช้งบประมาณที่มากพอสมควรนั่นเอง

ตะวันทอแสง

  ตะวันทอแสง เป็นละครโทรทัศน์ แนวละครดราม่า โรแมนติก ซึ่งสร้างจากบทประพันธ์ของ ปิยะพร ศักดิ์เกษม ซึ่งแต่ก่อนนั้นเป็นนิยายมาก่อน โดยตะวันทอแสงนั้นก็ได้สร้างเป็นละครมาแล้วถึง 2 ครั้งด้วยกัน ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกทางช่อง 7 ทั้งหมด ซึ่งเรื่องราวนั้นเป็นเกี่ยวกับพระเอกที่เกลียดผู้หญิงเป็นอย่างมาก  ด้วยจากปมที่แม่ของเค้านั้นได้ทิ้งไปอย่างไม่กลับมานั่นเอง

ตะวันทอแสงนั้นก็ได้สร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2540 ผลิตโดยบริษัท ดาราวิดีโอก ซึ่งตอนนั้นก็เป็นบทโทรทัศน์ของ แดนดาว กับกำการแสดงโดย สยาม สังวริบุตร โดยในยุคนั้นก็ได้นำแสดงโดย พีท ทองเจือ และนางเอกตลอดกาลอย่าง สุวนันท์ คงยิ่ง โดยครั้งต่อมานั้นทางด้านบริษัท โพลีพลัส จำกัดนั้น ก็ได้นำกลับมาปัดฝุ่นและทำการกับกำใหม่อีกครั้ง ซึ่งในยุคการกำกับของ บริษัท โพลีพลัส นั้นก็เป็นการได้นางเอกและพระเอกระดับซุปตาร์มาเล่นนั่นเอง อย่าง ปกรณ์ ลัม และ ดาวิกา โฮร์เน่ โดยเรื่องย่อนั้น ก็จะเป็นเรื่องราวของ ภคพงษ์ ที่เป็นชายหนุ่มมีความพร้อมทุกๆ อย่าง แต่ขาดความรัก ซึ่งเจ้าตัวนั้นก็ได้โดนแม่แท้ๆ ของเจ้าตัวทิ้งไปตั้งแต่เล็กๆ เลยทำให้เป็นปมดอยจนถึงทุกวันนี้ จนเกิดการไปสู้ของความแก้แค้นต่างๆ เพราะทางพระเอกได้ไปเจอแม่แท้ๆ ไปมีครอบครัวใหม่ ซึ่งเรื่องราวต่างๆ ก็มีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ จนไปสู้ความพินาศต่างๆ นั่นเอง แต่ในที่สุดภาคพงษ์คิดได้และกลับไปหาสาเหตุของเรื่องนี้ แต่มันก็สายไปแล้วนั่นเอง ซึ่งใครได้ดูเรื่องนี้นั้น ก็จะสนุกและเข้มข้นเป็นอย่างมากเลยนะครับ

คู่แค้นแสนรัก

  ละครช่อง 7 ถือว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเลยนะครับ ซึ่งในยุคก่อนนั้นละครช่อง 7 ก็ได้รับความนิยม จนทำให้นักแสดงหลายๆ คนนั้นโด่งดังกันเป็นอย่างมาก อย่างเช่นเรื่อง คู่แค้นแสนรัก ก็ถือเป็นละครที่ได้นางเอกระดับซุปตาร์อย่าง อั้ม พัชราภา นั้นมาโครจรเจอกับพระเอกไม้เลื้อยอย่าง ชาคริต แย้มนาม เรื่องนี้เป็นของบริษัท โพลีพลัส

คู่แค้นแสนรัก ก็ได้ดัดแปลงมาจากบทประพันธ์เรื่อง หลงกลรัก ของ เทพิตา โดยทางบริษัท โพลีพลัส นั้นก็ได้นำมาสร้างเป็นละครเมื่อปี พ.ศ. 2554 ออกอากาศทุกวันพุธ – วันพฤหัสบดี เวลา 20.30-22.30 ทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 โดยเรื่องนี้นั้นอย่างที่บอกได้ระดับซุปตาร์ของประเทศไทยมาเป็นพระเอกนางเอกกันด้วย ซึ่งก็นำแสดงโดย ชาคริต แย้มนาม , พัชราภา ไชยเชื้อ โดยกำกับการแสดงโดย กฤษฎา เตชะนิโลบล เริ่มตอนแรกเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ถึง 24 สิงหาคม พ.ศ. 2554 ที่ผ่านมานั่นเอง โดยกระแสเรื่องนี้นั้นก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเลย เนื่องจากได้ได้นางเอกซุปตาร์ตัวแม่มาร่วมเล่นด้วยเลยทำให้กระแสของเรื่องนี้โด่งดัง เป็นละครแนวกวนๆ ตลกๆ เฮฮา ผสมดราม่าเล็กน้อย เรื่องนี้นั้นก็เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการซื้อที่ดินของพระเอก ซึ่งที่ดินที่พระเอกอย่างได้นั้นเจ้าของกลับไม่ขายเลยทำให้เกิดเรื่องราวต่างๆ ทำให้เกิดความแค้นส่วนตัวจนสู้ความพินาศไปนั่นเอง อย่างไรก็ตามนั้นละครเรื่องนี้ถือเป็นละครที่มีข้อคิดต่างๆ ได้ดีเลยทีเดียว เราก็ต้องมาติดตามกันนะครับว่าละครเรื่องนี้จะจบลงเช่นไร แล้วทั้งคู่จะสามารถรักกันจริงๆ ได้ไหม คงต้องไปหาดูย้อนหลังกันแล้วนะเธอ

ละครโทรทัศน์ไทย

   ละครโทรทัศน์ไทย คือรูปแบบรายการโทรทัศน์ประเภทบันเทิงของไทย ซึ่งละครเรื่องแรกของประเทศไทยนั้นนั่นก็คือ สุริยานีไม่ยอมแต่งงาน ซึ่งก็ได้ออกอากาศทางช่อง 4 บางขุนพรหม ละครในประเทศไทยนั้นส่วนใหญ่นั้นก็จะมีเนื้อหาเป็นเรื่องของคนชั้นสูงในสังคมไทย โดยตัวละครต่างๆ นั้นก็จะแบ่งออกเป็นฝ่ายดี และ ฝ่ายเลว สามารถที่จะเดาตอนจบได้ตั้งแต่ละครยังไม่เริ่มเข้มข้น ส่วนใหญ่แล้วนั้นบทสรุปของละครไทย นางเอกและพระเอกนั้นก็จะต้องแต่งงานกันนั่นเอง

หลังจากที่ประเทศไทยนั้นเริ่มมีการฉายละครออกทางช่อง 4 บางขุนพรหมนั้น ซึ่งเป็นสถานีโทรศัศน์แห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งหลังจากนั้น ก็ได้มีละครเรื่องแรกนั่นก็คือ  สุริยานีไม่ยอมแต่งงาน  ละครเรื่องนี้นั้นก็นำแสดงโดย หม่อมราชวงศ์ถนัดศรี สวัสดิวัฒน์ และ โชติรส สโมสร ซึ่งออกอากาศเมื่อวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2499 ที่ผ่านมา ละครโทรทัศน์ในประเทศไทยนั้นก็เริ่มมาเฟื่องฟูเมื่อปี พ.ศ.2501 โดยนักแสดงที่เคยได้เล่นละครเวทีนั้นก็มาเล่นละครโทรทัศน์กันส่วนใหญ่ โดยในช่วงนั้นละครโทรทัศน์ก็ทำการแข่งขันกันอย่างสูงเลยนะครับหลายๆ ช่องก็เริ่มที่จะผลิตละครให้คนดูนั้นได้ติดตามและอินไปกับตัวละครนั้นๆ เมื่อละครอยู่ในยุคที่โด่งดัง ก็เลยมีการปรับแผนการออกอากาศ ทำให้ละครหลังข่าว 20.00 น. ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจนถึงทุกวันนี้นั่นเอง อย่างไรก็ตามนั้น ในปัจจุบันก็ได้เปิดอิสระในยุคโทรทัศน์ระบบดิจิทัลในประเทศไทย ซึ่งช่องต่างๆ นั้นก็ได้ทำละครเจาะกลุ่มออกมาได้เป็นอย่างดี แต่ความนิยมนั้นละครช่อง 7 ก็ยังได้รับความนิยมอยู่สูงเช่นกัน

ละครโนรา

   ละคร หมายถึงบการแสดงรำที่เป็นเรื่องราว ดำเนินเรื่องไปโดยลำดับ มีตัวเอกของเรื่อง โดยฝ่ายชายนั้นก็จะเรียกว่าตัวพระเพราะสมัยโบราณจะมีแต่ละครจักรๆ วงศ์ๆ ซึ่งในปัจจุบันเราก็หาดูได้ทั่วไปตามช่อง 7 นะครับ ที่ตอนเช้าๆ วันเสาร์อาทิตย์ ก็จะมีละครพื้นบ้านทำออกมาให้คนรุ่นหลังนั้นได้ติดตามบางเรื่องก็กระแสดังทำให้ตัวเอกและนางเอกนั้นแจ้งเกิดได้ดีเลยทีเดียว

ละครโนรา เป็นละครที่มีความเก่าแก่มาที่สุด ซึ่งเป็นละครของชาวใต้บ้านเรา ในสมัยโบราณนั้นการแสดงละครโนราก็จะมีผู้แสดงเพียงแค่ 3 คน เป็นผู้ชายล้วนทั้งหมด แต่ในปัจจุบันนั้นก็มีการเอาผู้หญิงมาร่วมแสดงกันด้วย และจำนวนผู้แสดงนั้นก็มีมากขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว ซึ่งก็ได้มีการประดับตกแต่ง สวมเสื้อผ้าที่มีความสวยงามและเป็นเอกลักษณ์อย่างมาก  ส่วนเครื่องดนตรีนั้นก็จะมีเป็น ปี่ใน กลองขนาดย่อม หรือโทน ฆ้องคู่ ฉิ่ง และกรับ เล่นเป็นทำนองอย่างสนุกสนานกันเลยทีเดียว แต่ในปัจจุบันนั้นก็มีนักแสดงเพิ่มขึ้นมาอีกหลายคน ซึ่งจะต้องหาโรงละคร หรือ โรงละครนอก มาทำการแสดง โดยก่อนที่จะทำการแสดงนั้นก็จะต้องมีการไหว้ครูเสียก่อน แล้วก็รำซัด  เพื่อเป็นการขอขมาในสิ่งที่ได้ล่วงเกินไปในขณะที่แสดงกันอยู่นั่นเอง อย่างไรก็ตามนั้น ละครโนรา ก็ถือเป็นละครที่สนุกเป็นอย่างมากเลยนะครับ ด้วยสำเนียงการพูดเช่น จะพูดว่า ไปทะเล ก็อาจจะพูดว่า ไปเล เลยทำให้การพูดด้วยสำเนียงนี้นั้นกลายเป็นเอกลักษณ์ที่หลายๆ คนนั้นชื่นชอบกันเป็นอย่างมากนั่นเอง