มณีสวาท

มณีวาท เป็นเรื่องราวความรักของพญานาคและต้นเหตุของการต่อสู้ระหว่างพญานาคกับพญาครุฑที่ได้แทรกเรื่องกฎแห่งกรรมเข้าไปในเนื้อเรื่องด้วยถือเป็นหนังอีกหหนึ่งเรื่องที่สนุกมากเพราะมีทั้งดาราคุณภาพหลายท่านทีมาเล่นเรื่องนี้และตัวละครที่เป็นจุดกำเนิดเรื่องราวในครั้งนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคู่พระนางที่หรับบทโดย วิทยา วสุไกรไพศาล รับบทเป็น ม.ร.ว.ภุชคินทร์ นาเคนทร์ เชื้อพระวงศ์หนุ่มนักเรียนนอก รูปงามฐานะร่ำรวย หัวสมัยใหม่ อ่อนโยนจิตใจดีมีเมตตาอดีตชาติที่ชาติที่ผ่านมาเคยเป็นพญานาคชื่อภุชเคนทร์ และ ศรีริต้า เจนเซ่นรับบทเป็น เจ้าอุรคา ณ ภูจำปา  เจ้าหญิงผู้ลึกลับผู้สูงศักดิ์ สวยสง่า มีความงามเป็นเลิศ จิตใจเด็ดเดี่ยวเต็มไปด้วยรอยแค้นแรงรัก เจ้าอุรคาอีกร่างหนึ่งนางพญานาคีที่กลับมาทวงความแค้นคนที่พรากความรักของนางไป และตัวร้ายในเรื่อง ชาตโยดม หิรัณยัษฐิติ ที่รับบทเป็น รมต.สุบรรณ ครุฑไพทูรย์ นักการเมืองเจ้าเสน่ห์ที่มาจากนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จทั้งถูกและผิดกฎหมายหน้าตาและบุคลิกดีแม้จะอายุก้าวเข้าวัยกลางคนเป็นคนเจ้าชู้เป็นคนเลือดเย็น นิ่งสงบได้แม้อยู่ในเหตุการณ์วิกฤตถึงชีวิต อดีตชาติเคยเป็นพญาครุตท  เปิดเรื่องด้วยพระเอกนางเอกสองต่างก็เป็นพญานาคที่อาศัยอยู่ในแม่น้ำโขงและได้มีศัตรูคู่อาฆาตอย่างพญาครุฑได้เข้ามาจับตัวนาคสาวอุรคา นาคภุชเคนทร์ได้เข้ามาช่วยจนเกิดเป็นการต่อสู้ระหว่างนาคและครุฑสุดท้ายพญานาคภุชเคนทร์ต้องแพ้และถูกฆ่าตายด้วยความเจ็บใจจึงสาบานว่าจะไม่เกิดเป็นพญานาคอีก และภาพก็ได้ตัดมาถึงชาติปัจจุบันที่ภุชเคนทร์ได้เกิดเป็นมนุษย์เมื่อนางนาคีอุรคาคู่รักในชาติที่แล้วรู้เรื่องก็ได้ขึ้นบนโลกมนษย์เพื่อตามหาคนรัก สุบรรณศัตรูคู่กรรมก็เช่นกัน บทสรุปครั้งนี้จะเป็นอย่างไร บชมได้ใน มณีสวาท

รากนครา ละครล้านนาที่สวยงาม

รากนครา เป็นละครโทรทัศน์ที่เคยสร้างความประทับใจผู้ชมแล้วในปี พ.ศ. 2543 เป็นละครพีเรียด อิงประวัติศาสตร์บ้านเมืองในสมัยอาณาจักรล้านนาโดยบอกเล่าผ่านเมืองสมมุติทางภาคเหนือของไทย สร้างจากนิยายของนักเขียนชั้นครู ปิยะพร ศักดิ์เกษม โดยมีการซื้อลิขสิทธิ์มาสร้างเป็นละครโทรทัศน์ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2543 ออกอากาศทางช่อง 7 ในตอนนั้นได้นักแสดงมากฝีมืออย่าง อั้ม พัชราภา และ นุ่น วรนุช มาประชันบทบาทดราม่าใส่กันไม่ยั้ง นอกจากนี้ยังมีนักแสดงคุณภาพอีกมากมาย เรียกว่าเวอร์ชั่นก่อนเป็นละครที่ผู้ชมติดกันทั่วบ้านทั่วเมืองกันเลยทีเดียว ต่อมาในปี พ.ศ. 2560 รากนคร มีโอกาสกลับมาสร้างความประทับใจให้แก่ผู้ชมอีกครั้งโดยอากาศทางช่อง 3 ครั้งนี้นำแสดงโดย แต้ว ณัฐพร และ มิว นิษฐา ซึ่งในเวอร์ชั่นนี้ทางผู้จัดได้เพิ่มรายละเอียดให้นักแสดงพูดภาษาเหนือให้เข้ากับเนื้อเรื่องมากขึ้นด้วย

รากนครา เรื่องราวความขัดแย้งของเจ้าเมืองเหนือที่กำลังอุบัติขึ้น เจ้าแม้นเมือง เจ้าหญิงจากเมืองเชียงเงินที่ตอนนี้พบรักกับ เจ้าศุขวงศ์ แห่งเมืองเชียงพระคำ ซึ่งทั้งสองเมืองนั้นต่างไม่ค่อยลงรอยกัน ขณะที่เจ้ามิ่งหล้า น้องสาวของเจ้าแม้นเมือง ต้องถูกส่งไปเมืองมัณฑ์เยี่ยงเฉลย โดยเจ้ามิ่งหล้านั้นมีนิสัยเอาแต่ใจและริษยาพี่สาวตนเอง จนกระทั่งเมื่อได้โอกาสพยายามทำให้ เจ้าศุขวงศ์ และ เจ้าแม้นเมือง เข้าใจผิด จนทำให้ความขัดแย้งของสองหัวเมืองยิ่งเลวร้ายลง ขณะที่ เจ้าหน่อเมือง พี่ชายของ เจ้าแม้นเมือง โกรธแค้นและหาทางฆ่าเจ้าศุขวงศ์ เพื่อไม่ให้เหตุการณ์เลวร้ายลง เจ้าแม้นเมือง จึงตัดสินใจบางอย่างเพื่อรักษาแผ่นดินและบ้านเมืองให้สงบสุข

คู่กรรม

เป็นนวนิยายคลาสสิคที่หลายคนต้องเคยอ่านกันมาแล้ว นวนิยายเรื่องนี้โด่งดังจนต้องมีละครที่มีหลากหลายเวอร์ชั่นพร้อมด้วยนักแสดงที่มากมายและมีคุณภาพ และยังนำไปสร้างภาพยนตร์อีกด้วยที่พร้อมด้วยนักแสดงชั้นนำคับคั้งที่มีฝีมือทางการแสดงที่ทำให้เราต้องยกนิ้วให้กับการแสดงที่ยอดเยี่ยม โดยเริ่มจากละครในปี 2513 ที่สร้างละครเรื่องนี้ออกมาโดย เทิ่ง สติเฟื่อง ในนามคณะที่ชื่อว่า คณะศรีไทยการละคร และออกอากาศทางช่องโทรทัศน์ช่อง 4 บางขุนพรหม อีกสองปีต่อมาทางช่อง 4 บางขุนพรหมนำละครเรื่องคู่กรรมมาออกอากาศอีกครั้งหนึ่ง ต่อมาในปี 2516 ก็นำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ สร้างโดย จิรบันเทิงฟิล์ม ในปี 2521 ละครเรื่องนี้กลับมาอีกครั้งในรอบ 5 ปี โดยได้ อาหนิง นิรุตต์ ศิริจรรยา มารับบทเป็นโกโบริ พร้อมด้วย ศันสนีย์ วัฒนานุกูล มารับเป็น อังศุมาลิน คู่กรรมก็ยังกลับมาทำในรูปแบบภาพยนตร์อีกครั้งในปี 2531 โดยได้นักแสดง พี่โอ วรุฒ วรธรรม และ พี่แหม่ม จินตหรา สุขพัฒน์ มาเป็นคู่พระนางในเรื่องนี้ที่ทำให้คนในยุคนั้นประทับใจในงานของพี่ทั้งสองคนที่ทำการแสดงภาพยนตร์ในเรื่องนี้ ปี 2533 เป็นปีที่ต้องบอกเลยว่าโด่งดังมากสำหรับพี่เบิร์ด ธงไชย ที่มารับเป็น โกโบริ และพร้อมด้วย พี่กวาง กมลชนก โกมลฐิติ ที่ถ่ายทอดให้เราได้จินตนาการของตัวละครนั้นได้ดีเลยทีเดียว ในปี 2538 เบิร์ด ธงไชย ก็ยังมาเล่นภาพยนตร์เรื่องนี้อีกด้วย ในปี 2547 เป็นคิวของ พี่หนุ่ม ศรรามและพี่เบ็นซ์ พรชิตา ที่รับบทเป็นคู่พระนาง โกโบริและอังศุมาลิน นวนิยายเรื่องนี้หายไปจากไปจอทีวีและจอภาพยนตร์ หลายปีเลย มาอีกครั้ง ในปี 2556 กลับมาพร้อมกับละครและภาพยนตร์อีกครั้ง โดยทางด้านละครที่สร้างและนำมาออกอากาศทางช่อง 5 โดยได้ บี้ สุกฤษฎิ์ มารับบทเป็น โกโบริ และ นางเอกสาวสวยเสียงดี อย่าง หนูนา หนึ่งธิดา มารับบทเป็น อังศุมาลิน ส่วนทางด้านภาพยนตร์ ที่พระเอกสุดฮอตอย่าง ณเดชน์ คูกิมิยะ และ ริชชี่ อรเณศ ดีคาบาเลส มาเล่นคู่กรรมในเวอร์ชั่นภาพยนตร์ในปี 2556

ICU พยาบาลพิเศษ เคสพิศวง

เป็นละครชุดที่ต้องบอกเลยว่ามีความสนุกชวนลุ้นและน่าตื่นเต้นในการชมอยู่ตลอดเวลา เป็นละครแนวตลกสยองขวัญที่ทำให้หลายคนต้องประทับใจกับเนื้อเรื่องที่ดูแล้วเข้าใจง่ายไม่สับสนอย่างดีเลยทีเดียว และยังประทับใจในตัวของนักแสดงอีกด้วยละครชุดนี้ชื่อว่า ICU พยาบาลพิเศษ เคสพิศวง ที่ใช้ดารานักแสดงหน้าใหม่เกือบทั้งหมดเป็นตัวหลักของเรื่องนี้  ไม่ว่าจะเป็น พระเอกอย่างเป้ อารักษ์ หรือ เป้ วงสเลอ นอกจากการเป็นนักร้องนักดนตรีแล้วการเป็นนักแสดงของเขาก็ถือว่าดีเยี่ยมโดยรับบทเป็นหมอเอ็ม พร้อมกับนางเอกหน้าใหม่อย่าง แพท ชญานิษฐ์  รับบทเป็น ไพริน พยาบาลสาวสวยที่เธอสามารถติดต่อวิญญาณได้ เธอมาสวมบทบาทแทน เก้า สุภัสสรา ที่ขอถอนตัวออกไปเพราะเนื่องจากติดเรื่องของการเรียน และเธอก็ทำให้เหล่าพีเพิลอึ้งในความสามารถทางการแสดง และยังได้ดารานักแสดงซี่รีย์ดัง ฮอร์โมน อย่าง ต่อ ธนภพ ที่รับบทเป็นหมอเม่น และอีกหนึ่งคนที่พูดไม่ได้เลยเธอเป็นเน็ตไอดอลที่ทุกคนรู้จักเป็นอย่างดี อย่าง มายด์ ลภัสลัล จิรเวชสุนทรกุล ที่รับเป็น นิว พยาบาลที่มาทำงานในโรงพยาบาลมาก่อนหน้า ไพริน  นักแสดงอีกหนึ่งคนอย่าง เบลล์ เขมิศรา พลเดช ที่รับบทเป็น ชบา พร้อมด้วยนักแสดงสมทบที่มากด้วยผีมืออย่าง สุเมธ องอาจ  รับบทเป็น หมอมานพ ปวีณ์นุช แพ่งนคร ที่รับบทเป็น จอยซ์  นอกจากนี้ยังมีนักแสดงที่มาร่วมรับเชิญอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ดีเจเผือก พงศธร โอปอ ปาณิสรา เจี๊ยบ เชิญยิ้ม  วิชุดา พินดั้ม และรัดเกล้า อามระดิษ เป็นหนึ่งละครชุดที่ดูแล้วไม่มีเบื่ออย่างแน่นอน

ผู้กองยอดรัก ยอดรักผู้กอง

ผู้กองยอดรัก ยอดรักผู้กอง และ ผู้กองอยู่ไหน เป็นหนังสือนวนิยายไตรภาคของ กาญจนา นาคนันทน์ เป็นเรื่องราวของความรักของพลทหารกับผู้กองสาวเจ้าเสน่ห์ที่แฝงไว้ด้วยความสนุกสนาน ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์และละครโทรทัศน์มาแล้วหลายครั้ง ถูกนำมาสร้างทำเป็นภาพยนตร์ 2 ครั้ง พ.ศ. 2516, พ.ศ. 2524 และละครโทรทัศน์ถึง 7 ครั้ง พ.ศ. 2515, พ.ศ. 2522, พ.ศ. 2531, พ.ศ. 2538, พ.ศ. 2545, พ.ศ. 2550, พ.ศ. 2558 โดยแต่ละครั้งจะมีชื่อเรื่องต่างกัน เช่น ผู้กองยอดรัก, ยอดรักผู้กอง, ผู้กองยอดรัก – ยอดรักผู้กอง และ ผู้กองอยู่ไหน

ผู้กองยอดรัก เป็นภาคแรก ที่จบถึงพลทหารพันได้หมั้นกับผู้กองสาวฉวีผ่อง

ยอดรักผู้กอง เป็นภาคสอง ที่พลทหารพันไปสงครามเวียดนาม และกลับมาแต่งงานกับผู้กองสาวฉวีผ่อง

ผู้กองอยู่ไหน เป็นภาคสาม ชีวิตหลังแต่งงานของทั้งสอง

บทประพันธ์นี้ถูกนำมาสร้างทำเป็นภาพยนตร์ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2516 ในชื่อว่า ผู้กองยอดรัก สร้างโดย ปัฐวิกรณ์แผนกภาพยนตร์ โดย จินตนา ไชยกูล เป็นผู้อำนวยการสร้าง กำกับการแสดงโดย เนรมิต นำแสดงโดย สมบัติ เมทะนี, สุภัค ลิขิตกุล, รอง เค้ามูลคดี, มีศักดิ์ นาครัตน์, นภาพร หงสกุล, สุรสิทธิ์ สัตยวงษ์, สุมาลี ทองหล่อ ฉายครั้งแรกวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2516 ที่โรงภาพยนตร์โคลีเซี่ยมและนำกลับมาสร้างใหม่เป็นครั้งที่สอง ในปี พ.ศ. 2524 ในชื่อว่า ยอดรักผู้กอง สร้างโดย พูนทรัพย์โปรดักชั่น กำกับโดย สมเดช สันติประชา นำแสดงโดย จตุพล ภูอภิรมย์, เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์, ล้อต๊อก, พิศมัย วิไลศักดิ์, เพ็ญพักตร์ ศิริกุล, เศรษฐา ศิระฉายา ฉายครั้งแรกวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2524

 

 

นางทาส

ถ้าถึงละครที่ได้รับความนิยมในอดีตที่นิยมจนผู้กำกับมือทองหลายคนต้องนำมาปัดฝุ่นสร้างใหม่เพื่อดึงคนดูกลับมาเปิดช่องของตัวเองการรีมิกช์ใหม่แบบนี้จะพบมากในช่องเจ็ดเพราะแต่ก่อนต้องบอกว่าช่องเจ็ดนั้นดังมากๆ และเรื่องที่นำมาทำใหม่หนึ่งในนั้นต้องมีเรื่องนางทาสอยู่ด้วยเพราะละครโทรทัศน์เรื่องนี้บอกเลยว่ากินอารมณ์มากนำมาทำใหม่กี่ครั้งก็ดังนางทาส หรือ นางทาษ เป็นเรื่องสั้นขนาดยาวของ วรรณสิริ ผู้ประพันธ์เรื่อง วนิดา และนางครวญ ตีพิมพ์ครั้งแรกอยู่ใน รวมเรื่องสั้นชุด สร้อยนพเก้า ของวรรณสิริ และได้รับความนิยม ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์และละครโทรทัศน์หลายครั้ง พร้อมกับมีการแต่งเติมเรื่องราวเพิ่มเติม ในการพิมพ์ครั้งต่อมา ได้เปลี่ยนชื่อหนังสือเป็น รวมเรื่องสั้นชุด นางทาสภาพยนตร์ นางทาษ ฉบับ พ.ศ. 2498 ของละโว้ภาพยนตร์ กำกับโดยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ เป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรก ที่ส่งเข้าประกวดในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเบอร์ลิน เมื่อ พ.ศ. 2504 ก่อนหน้าภาพยนตร์เรื่อง แพรดำ ของรัตน์ เปสตันยี ในปี พ.ศ. 2505 โดยในเรื่องนี้ วิไลวรรณ วัฒนพานิช ได้เข้าชิงรางวัลหมีเงิน ในฐานะนักแสดงนำยอดเยี่ยมฝ่ายหญิงด้วย แต่ไม่ได้รับรางวัล โดยเนื้อเรื่องจะเล่าถึงชีวิตของทาสที่ชื่อเย็น ถูกพ่อยิ่งกับแม่ล้วนนำมาขายเป็นทาสบ้านพระยาสีหโยธิน ตั้งแต่อายุ 15 ปี ตกอยู่ในความปกครองของทาสหญิงชราชื่อ นางฟัก ดูแลฝึกหัดให้สันทัดงานผู้ลากมากดี ภายหลังคุณหญิงแย้ม ภรรยาเอกของท่านเจ้าคุณ ก็เรียกให้ไปรับใช้บนเรือน เพราะเย็นผิวพรรณหมดจดหน้าตาสะสวย จนกลายเป็นเมียของจ้าคุณ แล้วถูกหาว่าเป็นชู้จึงทำให้เกิดเรื่องมากมาย

สุภาพบุรุษลูกผู้ชาย ละครไทย 7 สี

คนไทยส่วนมากจะถือเอาการดุละครคือการพักผ่อนถ้าพูดถือละครในประเทศไทยถือว่ามีมากมายหลายเรื่องให้ดูในแต่ละวันเพื่อเนื่องจากบ้านเรามีสถานีโทรทัศน์อยู่หลายช่องที่เห็นหลักก็มีช่อง3 และช่อง 7 ที่มีจำนวนดารามากเป็นพิเศษจึงเห็นว่ามีผมงานอออกมามากมายและก็มีการแข่งขันกันในบ้างครั้งเพราะมักจะบ่อยละครมาในช่วงเวลาเดียวกัน ทีนี้ก็ขึ้นอยู่ที่ว่าละครเรื่องไหนจะมันกว่าพระเอกนางเอกคู่ไหนจะหล่อและสวยกว่า สุภาพบุรุษลูกผู้ชาย เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สามารถดึงยอดคนดูมาได้ซึ่งเป็นละครโทรทัศน์ไทยจากบทประพันธ์ของศรัณยู วงษ์กระจ่าง สร้างครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2546 เขียนบทโทรทัศน์โดย เมจิก อีฟ กำกับการแสดงโดยศรัณยู วงษ์กระจ่าง นำแสดงโดย ตะวัน จารุจินดา, วรนุช วงษ์สวรรค์, ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์, มาติกา อรรถกรศิริโพธิ์ และนำกลับมาสร้างใหม่อีกครั้งเมื่อปี พ.ศ. 2556 ผลิตโดย บริษัท สามัญการละคร จำกัด ของศรัณยู วงษ์กระจ่าง เขียนบทโทรทัศน์และกำกับการแสดงโดยศรัณยู วงษ์กระจ่าง นำแสดงโดยศรัณย์ ศิริลักษณ์, ธัญญะสุภางค์ จิรปรีชานนท์, ปิยพันธ์ ขำกฤษ, ณัฐชา นวลแจ่ม, ศุภมร โคร์นิน โดยมีเนื้อเรื่องราวของ หรั่ง เด็กหนุ่มลูกกำพร้า สิ่งเดียวที่ติดตัวเขามาก็คือ ร็อกเก็ตรูปไวโอลิน ที่เขาเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี มันเป็นเพียงสมบัติชิ้นเดียวที่เขามี หรั่งรับจ้างทำงานสารพัดเพื่อส่งเสียตัวเองเรียนและเพื่อหาเงิน มาเป็นค่าผ่าตัดตาให้ ก้อย หญิงสาวตาบอดที่หรั่งรับมาดูแลอย่างน้องสาว ถึงชีวิตจะไม่ร่ำรวยแต่หรั่งก็มีความสุขที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านหลังเล็ก ๆและสู้ชีวิตด้วยแรงของสองมือที่เขามี

ละครพื้นบ้าน ช่องเจ็ด

ละครไทยจักรๆวงศ์ๆเป็นชื่อเรียกละครไทยที่ยังคงเอกลักษณ์ของไทยไว้เป็นเนื้อเรื่องส่วนมากนำมาจาก นิทานอิสป นิทานชาดก และ นิทานพื้นบ้านเริ่มนำมาออกอากาศทางโทรทัศน์ตั้งแต่สมัยที่โทรทัศน์ยังมีสองสีคือสีขาวและสีดำจุดเด่นของละครพื้นบ้านน่าจะเป็นจุดเด่นของตัวพระและตัวนางแต่สำหรับเด็กๆผมคิดว่าน่าจะเป็นจินตนาการที่แน่นอนว่าละครแนวนี้จะต้องเกี่ยวข้องกับเทวดาและก็มารจึงต้องมีพลังพิเศษเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยบอกเลยว่าแต่ก่อนผมชอบมากตั้งตารอให้ถึงวันหยุด เสาร์อาทิตย์เร็วๆเพื่อที่จะได้ดู  ละครจักรๆวงศ์ๆเกือบทั้งหมดมาจากนิทานพื้นบ้าน เล่ากันแบบปากต่อปากหรือมุขปาฐะ จะแตกต่างกันในรายละเอียดที่คนเล่าสอดแทรกสิ่งที่ตัวเองรู้ในแต่ละท้องถิ่น มักมีโครงเรื่องคล้าย ๆ กัน เช่น เจ้าชาย พลัดพรากจากบ้านเมือง ต้องออกเดินทางผจญภัย พบนางเอก และต่อสู่กับตัวร้ายซึ่งส่วนมากก็คือยักษ์ หรืออาจมีเนื้อหาประมาณ พระเอกถูกใส่ร้ายเป็นตัวกาลีบ้านกาลีเมือง จำเป็นต้องถูกเนรเทศเข้าป่า ได้ไปเรียนวิชากับพระอาจารย์หรือฤๅษี เจอกับนางเอก กลับมากอบกู้บ้านเมืองกล่าวคือมีเนื้อหา เรียนวิชา-ฆ่ายักษ์-ลักนาง เป็นส่วนใหญ่ในสมัยก่อนจะทำเป็นภาพยนตร์ เรียกว่า หนังจักร ๆ วงศ์ ๆ ใช้ฟิล์ม 16 มม. แต่ต่อมาเปลี่ยนมาเป็นการอัดวิดีโอ และเปลี่ยนมาเป็นละครจักร ๆ วงศ์ ๆ ทางโทรทัศน์ แล้วจึงมาเป็นละครพื้นบ้าน ซึ่งเป็นละครลักษณะเดียวกัน ละครจักร ๆ วงศ์ ๆ ที่มีชื่อเสียงเช่น สิงหไกรภพ, สังข์ทอง, จันทโครพ, แก้วหน้าม้า, ขวานฟ้าหน้าดำ, หลวิชัย-คาวี, สี่ยอดกุมาร, สุพรรณหงส์ เป็นต้น

ภาพยนตร์ไทย

  ภาพยนตร์ไทย มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานมาก ซึ่งภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกที่ได้มีการถ่ายทำนั้น ก็คือ นางสาวสุวรรณ ผู้สร้างนั้นก็คือ บริษัทภาพยนตร์ ยูนิเวอร์ซัล โดยใช้คนไทยเป็นผู้แสดงทั้งหมด ในสมัยนั้น ภาพยนตร์ก็ยังเป็นระบบขาวดำอยู่นะครับ ถ้าหากได้ดูตอนนี้ก็จะมีกลิ่นไอของความคลาสสิคอยู่เพื่อให้ได้รับอรรถรสในการชมที่ดีนั่นเอง

ในช่วง พ.ศ.2490 นั้น ก็ถือเป็นช่วงที่ภาพยนตร์ไทยนั้นรุ่งเรืองเป็นอย่างมากเลยนะครับ ก็ได้มีภาพยนตร์ต่างๆ ออกมาอย่างมากมาย แม้กระทั่งสตูดิโอ นั้นก็มีมากยิ่งขึ้นด้วย แต่ช่วงที่เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้นวงการภาพยนตร์ นั้นก็ได้ซบเซาลงอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นทำให้เหล่าวงกาภาพยนตร์ต่างก็ปิดตัวลง เมื่อสิ้นสุดสงครามโลกแล่วนั้น กิจการภาพยนตร์ต่างๆ ก็ได้กลับมาเฟื่องฟูกันอีกครั้ง เมื่อกาลเวลาผ่านไปนั้นภาพยนตร์ต่างๆ ก็เริ่มมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้สอดคล้องกับสังคมในปัจจุบัน ปัจจุบันภาพยนตร์ไทยที่มุ่งสู่ตลาดโลกนั้น อย่างเช่น ตำยำกุ้ง ที่สามารถขึ้นไปอยู่บนตารางบ็อกซ์ออฟฟิศในประเทศสหรัฐอเมริกา และยังมีภาพยนตร์ไทยหลายๆ เรื่องที่ต่างประเทศซื้อลิขสิทธิ์นำไปฉายอยู่เป็นจำนวนมากนั่นเอง อย่างไรก็ตามนั้นในประเทศไทยก็ได้มีหลายๆ หน่วยงานได้จัดกิจกรรมประกาศผลโหวตของภาพยนตร์ไทยเพื่อให้เป็นขวัญและกำลังใจให้คนเบื้องหลังนั้นได้พัฒนาคุณภาพต่อๆ ไปได้ดีมากยิ่งขึ้นนั่นเอง จะเห็นได้จากในปัจจุบันภาพยนตร์ไทยก็ถือเป็นภาพยนตร์ที่สามารถสู่กับตลาดโลกได้อย่างมากเลยนะครับ โดยจะมีการเริ่มนำนักแสดงละครก็เริ่มเข้ามามีบทบาทในการแสดงภาพยนตร์มากยิ่งขึ้นและทำให้กระแสของภาพยนตร์นั้นดีเป็นพลุแตกอีกด้วย

บริษัท กันตานา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

  บริษัท กันตานา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทผลิตรายการโทรทัศน์ชั้นนำของเมืองไทย ซึ่งก็มีบริษัทในเครือมากกว่า 40 บริษัท ด้วยกัน โดยมีบริษัทในเครือที่ต่างประเทศอีกหลายประเทศ และธุรกิจครอบคลุมทุกสื่อบันเทิงสายทีวีสายภาพยนตร์ต่างๆ มีแบรนด์เสื้อผ้า ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง อาคารต่างๆ ธุรกิจการจัดกิจกรรมต่างๆ ธุรกิจทางด้านการศึกษา และ ธุรกิจทางด้านโรงภาพยนตร์ นับได้ว่าเป็นบริษัททางด้านบันเทิงที่ใหญ่ที่สุดอีกด้วย

บริษัท กันตานา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ก็เป็นบริษัทที่มีสตูดิโอใหญ่มากเลยนะครับ และมีโรงภาพยนตร์ต่างๆ อีกมากมาย และยังมีช่องทีวีเป็นของตัวเองอีกด้วย  และยังได้ผลิตรายการโทรทัศน์หลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น เกมโชว์ ควิซโชว์ ทอล์คโชว์ วาไรตี้โชว์ เรียลลิตี้โชว์ สารคดี วาไรตี้คอเมดี้โชว์ รายการเพลง รายการเด็ก และละคร ซึ่งมีมากกว่า 200 รายการด้วยกัน และผลิตละครป้อนให้แทบทุกช่องอีกด้วย ซึ่งในตอนนี้ละครที่กำลังโด่งดังและอยู่ในกระแส ก็คงหนีไม่พ้น เพลิงพระนาง นะครับที่ได้นางเอกระดับซุปตาร์มาร่วมแสดงด้วยอย่าง อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ งานนี้เลยทำให้ละครนั้นโด่งดังเป็นพลุแตก ไม่ว่าใครๆ ก็ต่างพูดถึงกันทั้งนั้น ด้วยความเข้มข้นที่กำลังลงตัว บวกกับความอิจฉาริษยาของตัวละครเลยทำให้คนดูนั้นได้อินไปกับบทของนางเอกอีกด้วยนั่นเอง ตอนนี้ทาง บริษัท กันตานา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ก็ได้มีรายการที่ออกอากาศอยู่ 14 รายการด้วยกัน ซึ่งก็ออนแอร์อยู่ทุกช่องตามฟรีทีวีนะครับ อย่างไรก็ตามนั้น ความอลังการของละครที่ได้ผลิตนั้นทำให้ใครหลายๆ คนก็ตื่นตาตื่นใจกันอย่างมากเนื่องจากในแต่ละเรื่องนั้นก็ใช้งบประมาณที่มากพอสมควรนั่นเอง